ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของ “ดิว อริสรา” ที่มีปมดราม่าเป็นหนี้คนหลากหลายวงการ ทั้งหนี้กับ “มาดามเมนี่” หรือ “เมย์ วาสนา” จำนวน 62 ล้านบาท และอื่นๆ อีก ทำเอาหลายคนพากันวิจารณ์อย่างร้อนแรง ถึงแม้ว่าด้านสาวเมย์จะได้ของคืน2ชิ้นแล้ว แต่ชิ้นอื่นๆก็ยังคงเงียบอยู่นั้น

ล่าสุดในงานแถลงข่าวเปิดตัวทางการแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม GPO+ สาวเมย์ได้อัปเดตความคืบหน้าเรื่องคดีความของสาวดิว พร้อมทั้งหลังจากที่เป็นข่าวเธอได้เจอมิจาชีพมาลวงหลอก โดยเธอเผยว่า

“สำหรับเรื่องความคืบหน้าคดีกับ “ดิว อริสรา” เมย์ได้ประกาศผ่านทางอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแล้วว่า ได้คืน2ชิ้น ก็คือตัวสร้อย Lotus Arts De Vivre ของมรกต และนาฬิกา Richard Mille ก็จะเหลือ สร้อย BVLGARI และกระเป๋า2ใบ 2ชิ้นนี้ต้องบอกว่าเรื่องอยู่ที่กองปราบและอยู่ที่กระบวนการขั้นตอนในการเจรจากับทางน้องดิวว่าเขาจะมีการจ่ายส่วนนึงและจะมีการผ่อนชำระกันอย่างไร อันนี้เท่าที่ทราบจากฝั่งทนาย แต่ ณ ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถจบกันได้ ก็เลยยังคารังคาซังอยู่ ก็อยู่ในกระบวนการที่ทางกฎหมายที่น่าจะโพเซสถึงคดีความต่อไป เพราะเหมือนว่ารับว่าจะจ่ายส่วนนึงปรากฎว่าก็ไม่ได้จ่าย หรือแม้กระทั่งตัวสร้อยมรกตของเมย์เอง ก็เห็นว่ามีการตกลงว่าจะจ่ายกัน ตกลงคำสัญญา แต่สุดท้ายก็เหมือนไม่ได้รับ ก็เลยน่าจะมีกระบวนการขั้นตอนคดีความต่อไป

ซึ่งหลังจากจบรายการโหนกระแสน้องดิวทักมาขอโทษ และก็ทักมาเยอะพอสมควรนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน ก็เลยบอกว่าไม่ได้โกรธนะและไม่ได้เคือง ถ้าได้ของคืนทุกอย่างพี่ให้อภัย แต่ก็อย่าพึ่งยุ่งกันเลย อยากให้น้องเข้ามาแก้ไขให้มันอย่างถูกต้อง ทุกคนต่างเป็นผู้เสียหายเหมือนกัน ตัวน้องเองเขาก็เป็นผู้เสียหาย ถ้าเขากลับมา โอกาสในการหาเงินในการทำงาน เมย์เชื่อว่าทุกคนให้โอกาส และนำสิ่งเหล่านี้ไปให้ร้านเขาก็ได้ทุกอย่างมันก็จะจบ แต่พอทิ้งไว้อย่างนี้เมย์คิดว่ามันคาราคาซัง ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นผลดีกับใครแม้กระทั่งตัวน้อง ก็เป็นห่วงเขา แล้วก็อยากให้จบกับทางแต่ละคน เราเองก็อยากได้ของคืน ซึ่งเราก็มีการร้องขอว่าเอาของมาไว้ที่เราได้ไหม ถ้าจะเป็นคดีก็เป็นคดีไปก่อน คือของบางชิ้นที่มันกลับมา เราก็รู้ว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้มีความไม่สบายใจว่ามันจะเหมือนเดิมไหม

ส่วนดิวจะกลับมาไทยไหมอันนี้ไม่รู้จริงๆ คือคุยกับทนายไว้ว่าจะกลับตั้งแต่สิ้นเดือนที่แล้วก็ยังไม่แน่ใจ ซึ่งเมย์เชื่อนะว่าเขากำลังพยายามอยู่ คือทั้งหมดเขาคุยกันเยอะมากแต่สุดท้ายมันเหมือนไปเรื่อยๆ เหมือนตกลงกันไว้เท่านี้แต่ปรากฏว่าไม่ได้ตามที่ตกลงก็ยืดไปเรื่อยๆ หรือว่าเขาพยายามอยู่เราก็ไม่แน่ใจ คือเขาคุยกันผ่านทนายซึ่งตัวเมย์เองไม่ได้คุยแล้ว คือจริงๆ มันเป็นกระบวนการขั้นตอนของทางกฎหมายคือมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว ทางกองปราบเองเขาก็สืบสวนสอบสวนครบหมดแล้ว แล้วก็คุยกับทางร้านที่รับสร้อยคอและกระเป๋าอยู่อย่างต่อเนื่อง คือมันถึงเวลาสุดท้ายมันก็ต้องดำเนินการกันแหละ ถ้าถามว่ามันมีเดดไลน์ไหม มันคงเป็นกระบวนการขั้นตอนของทางกฎหมายถ้าตำรวจว่าเขาจะให้ระยะเวลากันอย่างไร”

เมย์ เผยต่อว่า “เรามีความหวังที่น้องจะสามารถหาเงินมาคืนเราไหม เมย์ว่าถ้าน้องกลับมาทำงาน คือตอนนี้มันเหมือนมูลค่าทั้งหมดที่จำนำมันประมาณยี่สิบล้านได้ มันคงไม่เกินความสามารถของเรา เมย์ก็เชื่อว่าหลายคนเขาให้โอกาสเขาไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีขนาดนั้น คนเรามันมีโอกาสผิดพลาดได้เรามีโอกาสมีจุดที่ลำบาก คนเรามันล้มกันได้หมด ดังนั้นเมย์ว่าถ้าเรามาแก้ไขให้ถูกต้องให้ถูกจุด คนไทยพร้อมให้โอกาสนะเมย์เชื่อว่าอย่างนั้น คือมันมีเสียงหลายคนสะท้อนออกมาอยากให้โอกาสในการช่วยน้อง สำหรับบางโซเชียลที่บอกว่าดิวมาไทยแล้ว คือยังไม่เห็นนะ เอาตรงๆ เมย์ก็เห็นเหมือนทุกคนเมย์ไม่ได้คุยส่วนตัว แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่มา ซึ่งเราก็คาดหวังว่าจะได้ของทั้งหมดคืน คืออย่างที่บอกแหละว่า ถ้าไม่ได้แล้วเมย์จะต้องสู้นี้ก็จะสู้ให้ถึงที่สุด เพราะว่าเมย์เชื่อว่ามันคือความถูกต้อง ในแง่ของคนที่รับวันนั้นคุณรู้อยู่แล้วว่าคนที่จำนำคือดิว แต่คุณรู้นี่ว่าของใคร แต่วันนี้คุณรู้แล้วว่าคุณให้เงินเขากับคนที่ไปจำนำ ร้านให้กับดิวทำสัญญากับตัวดิว แสดงว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้ของคุณคือคุณดิว แต่ว่าซับนี้มันคือของเรา ควรคืนเราก่อนไหมสักนิดนึง แล้วจะไปในกรณีไหนค่อยว่ากัน อันนี้คือความคิดของเราไม่ได้กดดันนะ

คือถ้ากดดันมันคงไม่ยืดยาวมาถึงขนาดนี้ นี่ล่วงเลยมาก็น่าจะเก้าเดือนแล้ว เพียงแต่ว่าเราก็อยากได้ของคืน ส่วนทางออกจะมาแก้กันยังไงหาทางออกร่วมกันได้เลย คือทุกคนน่ะก็อาจจะกลัวจำไม่ได้เงินจากดิว แต่มันก็เป็นประโยชน์นะกับการที่ไปอยู่ตรงนั้นคือคือเรามาก่อนดีมั้ย แล้วมาช่วยกัน ซึ่งตัวเมย์ก็คุยผ่านทนาย ถ้าสมมติว่ามันไม่มีวี่แววเลยก็อาจจะเข้าไปคุยเอง คุยกับทนายแล้วว่าถ้าเดือนนี้ไม่จบขอเจรจาคุยเองหน่อย เราคุยผ่านทนายทั้งสามฝ่ายก็น่าจะโอเค แต่แค่รู้สึกว่าไม่จบสักทีเลย คุยผ่านกองปราบถามไปก็ไม่จบสักที เอาง่ายๆ คือเท่าที่ทราบจากทนาย เงินต้นเงินที่จะผ่อนก้อนแรกตกลงกันไม่ได้ คือน้องจะให้เท่านี้ก่อนแต่ทางร้านก็จะเอาเท่านี้ แต่ถ้าถามว่าถ้าเรายินยอมที่จะใช้เงินเราเอาของออกมา คือถ้าเราใช้วิธีการนี้ มันจะไม่เป็นข่าวเลยตั้งแต่ต้น มันจะไม่ไปถึง “พี่หนุ่ม กรรชัย” คือจริงๆ มันเป็นวิธีแรกที่หนูจะทำเพราะหนูไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับใคร ตัวหนูจะควักเงินเอาไปจ่ายเองและเอามาแล้ว พอเรามาถึงจุดนี้มันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องที่เมจะต้องทำแบบนั้น

คือมันไม่ยุติธรรมสำหรับเราเก้าเดือนแล้วนะ ของก็ของเราคือมันล่วงเลยมานานมากแล้ว เราก็ช่วยได้ที่สุดในมนุษย์คนหนึ่งที่จะทำได้แล้วนะ แต่ว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนมา มันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ไม่ว่าจะเป็นการเรื่องดิสเครดิตต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเมย์ เราว่าความถูกต้องก็ควรจะคืนทรัพย์ให้กับเจ้าของ ส่วนของสามชิ้นที่เหลือ เราก็ทราบแล้วว่าอยู่ที่ไหน เรื่องอยู่ที่กองปราบแล้ว นี่คิดว่าไม่เกิน 10 วันก็จะขอเจรจาเอง เพราะว่ามันนานแล้วหนูห่วงของ

เมย์ เล่าอีกว่า “หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ไปไหนคนก็ทักเยอะมาก คือทุกคนให้กำลังใจและชื่นชมแล้วก็ขอบคุณมากๆจริงๆ ขอบคุณมากๆที่มาเจอกันและให้กำลังใจกัน มีงานติดต่อเข้ามาเยอะเลยแล้วก็มีคนมายืมเงินเยอะมาก คือเกิดมาไม่เคยเจอ ต้องบอกก่อนว่าอย่าทำร้ายกันด้วยการซ้ำเติมขอร้อง คือฉันก็ไม่ได้รวยขนาดนั้นเอาตรงตรง ซึ่งเราก็เจอมิจฉาชีพด้วย มิจฉาชีพซ้อนมิจฉาชีพคือเขาโทรมาบอกว่าจะเอากระเป๋ามาคืนและบอกว่าอ้างเป็นคนของท่านๆ หนึ่ง เราก็ดีใจจะได้กระเป๋าคืนแล้ว ปรากฏว่านัดตีสอง พี่อย่าบอกใครนะ อย่าให้เป็นข่าวนะ สุดท้ายโทรศัพท์แบตจะหมด ส่งเลขที่บัญชีมาโอนตังค์ให้ก่อนได้ไหมสองหมื่น เราก็เช็คกับเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์ ปรากฏว่าเป็นมิจฉาชีพท่านหนึ่ง คือซ้ำเติมกันมาก

ถ้าดิวดูอยู่ก็อยากให้น้องรีบแก้ไขปัญหาให้จบอยากให้น้องกลับมา ยืนได้ในความแข็งแรง พี่เชื่อว่าคนไทยแฟนคลับหรือหลายๆ คนพร้อมให้โอกาสกับการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เชื่อว่าทุกคนให้โอกาสก็อยากให้น้องรีบกลับมาแก้ไขเร็วๆ และให้จบไปได้ด้วยดี น้องมีครอบครัวพี่ว่า มนุษย์ความเป็นแม่เราจะต้องทำให้ลูกรู้ว่าแม่วิกฤตแค่ไหนแม่ก็ผ่านมาได้ด้วยสติปัญญาที่ดีและความเข้มแข็งซึ่งลูกจะภูมิใจในตัวหนูมากๆ ถ้าเกิดกลับมาแล้วอยากเข้ามาหาเมย์ เมย์ไม่ได้ติดเลย แต่ก็อาจจะยังไม่ได้มีความสัมพันธ์เหมือนเดิม”