เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าบริเวณหน้าวัดธรรมาภิรตาราม (วัดสะพานสูง) เขตดุสิต และบริเวณถนนพระสุเมรุ (แยกสิบสามห้าง-แยกบางลำพู) เขตพระนคร โดยมี นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองปลัด กทม. นายอนุชิต พิพิธกุล ผอ.สำนักเทศกิจ นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผอ.เขตดุสิต นายโกศล สิงหนาท ผอ.เขตพระนคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตดุสิต เขตพระนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า พื้นที่ทำการค้าบริเวณหน้าวัดธรรมาภิรตาราม หรือวัดสะพานสูง มีผู้ค้า 59 ราย ผู้ค้าจะทำการค้าในช่วงเวลา 04.00-09.00 น. สำหรับการลงพื้นที่ในจุดนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าต่อเนื่องจากวันที่ 19 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา ในการปรับปรุงแก้ไขตามที่มีการพูดคุยกับตัวแทนผู้ค้าถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในบริเวณดังกล่าว หลังจากให้ระยะเวลาผู้ค้า 2 สัปดาห์

ผู้ค้าส่วนใหญ่จะขายอาหารสด อาหารทะเล ผักสดและผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน พื้นที่ทางเท้าจะเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความสกปรก เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ส่งผลให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาล การตั้งวางแผงค้าจะตั้งติดเรียงชิดกัน ไม่มีช่องว่างสำหรับให้ประชาชนเดินเข้าออก

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อไปว่า จากการเดินตรวจความเรียบร้อยและพูดคุยกับผู้ค้าในวันนี้ พบว่ายังมีแผงค้าขายพวงมาลัย ดอกไม้สด ตั้งวางแผงค้าอยู่ติดกับทางม้าลาย แผงค้าขายอาหารทะเล มีน้ำแข็งจากการแช่อาหารไหลลงบนพื้นทางเท้า โดยให้เขตฯ พิจารณาหาแนวทางปรับปรุง ย้ายแผงค้าที่อยู่ตรงทางม้าลายไปอยู่ในจุดที่มีแผงค้าว่างอยู่ หรือปรับลดขนาดของแผงค้าให้เล็กลง กำชับผู้ค้าอาหารทะเลให้จัดหาภาชนะมารองรับน้ำที่ไหลลงพื้นทางเท้า และล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังเลิกทำการค้าในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตามผู้ค้าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเขตฯ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 โดยร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาด นำผ้าใบที่ติดอยู่ริมแนวรั้วเหล็กซึ่งมีสภาพเก่าและขาดออกจากแนวรั้ว โดยเปลี่ยนเป็นตาข่ายกรองแสงสีเขียวแทน พร้อมทั้งปรับขนาดของแผงค้าให้มีขนาดเล็กลง ขีดสีตีเส้นกำหนดแนวขอบเขตและเลขที่แผงค้าให้ชัดเจน ผู้ค้ามีพื้นที่ว่างสำหรับยืนขายสินค้า ไม่ออกไปยืนบนพื้นที่ทางเท้าที่ประชาชนเดินทางสัญจร หรือนอกแนวรั้วบนพื้นผิวจราจร ส่วนร้านค้าที่อยู่ในอาคาร ให้ความร่วมมือไม่ตั้งวางสินค้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า เมื่อตั้งวางแผงค้าด้านนอกอาคารแล้ว จะต้องเหลือพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนเดินสวนกันได้สะดวก

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดต่อมาเป็นการติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าบริเวณถนนพระสุเมรุ ตั้งแต่แยกสิบสามห้าง ถึงแยกบางลำพู เขตพระนคร มีผู้ค้า 7 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นรถเข็นจอดขายอาหาร มีการตั้งโต๊ะและเก้าอี้บนพื้นทางเท้า ซึ่งเป็นจุดที่เขตพระนครได้พิจารณายกเลิกพื้นที่ทำการค้า โดยวันที่ 16 ม.ค. 68 เขตฯ ได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้ค้า ต่อมาวันที่ 20 ม.ค. 68 ได้เชิญผู้ค้ามาประชุมชี้แจงให้ทราบถึงความสำคัญในการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า พร้อมทั้งให้ระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้ผู้ค้าได้หาพื้นที่ทำการค้าใหม่ โดยได้ยกเลิกพื้นที่ทำการค้าดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา

หลังจากนี้ให้เขตฯ สำรวจตรวจสอบพื้นทางเท้าที่ชำรุดเสียหาย ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมให้เรียบร้อย รื้อย้ายฐานแท่นปูนตู้ควบคุมระบบสัญญาณสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งาน ที่ตั้งกีดขวางทางสัญจรออกจากพื้นทางเท้า ในขณะเดียวกันการจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้านั้น จะเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อให้มีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ผู้ค้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด หากพื้นที่ทำการค้าใดผ่านเกณฑ์ จะยกระดับเป็นพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน ผู้ค้ามีพื้นที่ในการประกอบอาชีพมีรายได้ ประชาชนใช้ทางเท้าในการเดินทางสัญจรได้สะดวกและปลอดภัย สุดท้ายแล้วผู้ค้าและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทางเท้าร่วมกัน.