จากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชนไทยพุทธ ในพื้นที่ อำเภอจะแนะ และอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชราอายุ 76 ปี และเด็กหญิงวัยเพียง 9 ขวบ รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นราธิวาสเดือด! โจรใต้ถล่มยิงบ้านดับ 3 เจ็บ 2ยังไม่ทันคลี่คลาย ซ้ำยิงป้า 76 ดับกลางถนน!

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุดทันที พร้อมประกาศประณามการกระทำอันโหดเหี้ยมว่า “เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ป่าเถื่อน และไร้ความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ที่สามารถลั่นไกใส่ผู้บริสุทธิ์ซึ่งไม่มีทางสู้ได้ลงคอ”

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เรียกประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ และทำความเข้าใจต่อกลุ่มพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องไทยพุทธที่ยังคงใช้ชีวิต ประกอบอาชีพ ในบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อสร้างความเข้าใจและให้กำลังใจ สร้างความเชื่อมั่น หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เร่งติดตามผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าการจัดตั้งศูนย์บัญชาการทางยุทธวิธีขึ้นมา และประกาศปฏิบัติการเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนนั้น สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อปิดทุกช่องทางหลบหนี ค้นทุกแหล่งที่คาดว่าจะเป็นที่พักพิงหรือซ่อนตัวของแนวร่วม พร้อมกำชับให้ใช้มาตรการด้านความมั่นคงเข้มข้นที่สุด และเนื่องจากการรุกหนักของเจ้าหน้าที่ ผู้ก่อเหตุรุนแรงจึงทำการตอบโต้ ฉะนั้นแล้วเจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่และดูแลกลุ่มเปราะบาง รับมือกับการตอบโต้ตลอด 24 ชั่วโมง “เราจะไม่ยอมให้การกระทำอันป่าเถื่อนมาทำลายความสงบสุขของประชาชนโดยเด็ดขาด และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน” พลโท ไพศาล กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือพฤติกรรมผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่
– สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 โทร. 06-1173-2999
– สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341
– หรือ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่

ขอเตือนว่าการให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด เช่น ซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือจัดหาเสบียงอาหาร ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“สุดท้ายนี้ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย อย่าแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหรือยืนยันจากหน่วยงานทางการ เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี ที่มุ่งหวังสร้างความแตกแยกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” พล.ท.ไพศาล กล่าว