เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 68 แฟนเพจ Tensia ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัย หากเจอก้อนคล้ายชอล์ก “Bullous Tophus” ห้ามแกะเด็ดขาด อีกทั้ง ก้อน “Bullous Tophus” มักพบในผู้ป่วยเกาต์เรื้อรัง เกิดจากการสะสมผลึกยูริก ที่ทำให้เกิดการอักเสบและก่อตัวเป็นก้อนที่ผิวหนัง ซึ่งอาจแตกและนำไปสู่การติดเชื้อได้ง่าย

โดยเพจ Tensia ระบุข้อความว่า “เจอก้อนคล้ายช็อล์กแบบนี้ ห้ามแกะ ห้ามเกา ก้อนนี้มีชื่อว่า “Bullous Tophus” เจอในเกาต์เรื้อรัง เกาต์ไม่ได้แค่มี ยูริกตกตะกอนเป็นผลึกตามข้อ แล้วทำให้ข้ออักเสบเท่านั้น แต่ยังสามารถมาตกผลึกรอบๆ ข้ออัดแน่นเป็นก้อนที่เรียกว่าก้อนโทฟัส (Classic Tophus) ซึ่งมักพบในคนที่เป็นเกาต์เรื้อรัง ตัวก้อนค่อยๆ สะสมกระจายตามข้อต่างๆ”

นอกจากนี้ “หรืออาจจะสะสมมาถึงชั้นผิวหนังแบบในภาพเลย ซึ่งก้อนที่หลวมๆ ตะกอนไม่ได้อัดแน่น มักจะละลายเป็นของเหลวสีคล้ายช็อล์กเขียนกระดาน (Tophi Liquefy) ซึ่งพบได้ไม่บ่อย และบางทีมักพบหลังจากที่เพิ่งมีข้ออักเสบแล้วเริ่มดีขึ้น ถ้านำไปส่องกล้อง ก็จะพบผลึกยูริก (MSU) ซึ่งจะมีจุดน่าสนใจนิดนึงตรงที่ ถ้าส่องด้วยกล้องพิเศษเรียกว่า Polarized Light Microscope”

อีกทั้ง “แสงที่ Polarized จะกระทบผลึกยูริก ที่มีโครงสร้างคล้ายปริซึมโดยผลึกยูริก จะเรืองสีเหลืองขึ้นมา ถ้าเข็มวางตัวแนวเดียวกับลำแสง แต่จะเรืองสีน้ำเงินขึ้นมา ถ้าเข็มวางตัวตั้งฉากกับแนวแสงสมบัตินี้ จะใช้แยกผลึกยูริกออกจากผลึกชนิดอื่น เช่น ผลึก CPPD จากโรคเกาต์เทียม จุดสำคัญเลย คือ มันอยู่ผิวมาก ตัวก้อนผลึกที่เป็นของเหลวนี้ มีแค่ผิวหนังชั้นบางๆ คลุมเพราะภายในยังอักเสบอ่อนๆ อยู่ มันเลยแตกได้ง่ายมาก แค่เดินกระทบอะไรก็แตกแล้ว พอแตกแล้วก็เป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าไปด้วย เม็ดเลือดขาวเลยงานเข้าอีกแล้ว กินผลึกจนแย่แล้วยังต้องไล่กินเชื้อโรคแล้ว ทำให้เกิดแผล และมักจะเรื้อรัง”

อย่างไรก็ตาม “หากเจอก้อนแบบนี้ ห้ามแกะและห้ามเกา และเลี่ยงใส่รองเท้าแน่นๆ เพราะกดก้อนได้ ทำให้ผิวหนังให้ชุ่มชื่น เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวได้ และดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 ลิตร ถ้าไม่มีข้อห้าม ดูแลรักษาเกาต์ให้ดี”

ขอบคุณข้อมูล : Tensia