ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตสุดปัง ของ ราชาแห่งเค-ป็อป EXO (เอ็กซ์โซ) ที่ครองบัลลังก์แห่งความสำเร็จ กับการขึ้นแท่นเป็นศิลปินที่จัดคอนเสิร์ต SOLD OUT ติดต่อกันถึง 6 ครั้ง ด้วยคอนเสิร์ต เต็มรูปแบบครั้งที่ 6 ‘EXO PLANET #6 – EXhOrizon in BANGKOK’ (เอ็กซ์โซ แพลนเน็ต นัมเบอร์ซิกซ์ – เอ็กซ์โซไรซัน อิน แบงค็อก) ซึ่งจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พร้อมผู้ร่วมงานกว่า 22,000 คน โดยบัตรทั้ง 2 รอบการแสดง รวมถึงที่นั่งจำกัดการมองเห็น สามารถจำหน่ายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันเปิดจองเป็นอย่างไร


การหวนคืนสู่เวทีประเทศไทยในครั้งนี้ นับเป็นการกลับมาในรอบ 6 ปี 8 เดือน กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ 6 ภายใต้ชื่อ ‘EXhOrizon’ (เอ็กซ์โซไรซัน) ซึ่งมาจากการผสานคำว่า ‘EXO’ และ ‘Horizon’ สื่อถึงช่วงเวลาที่ EXO (เอ็กซ์โซ) และ EXO-L (เอ็กซ์โซ-แอล : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง พร้อมเปิดโลกบทใหม่ร่วมกัน สมาชิกทุกคนได้ทุ่มเทเตรียมการแสดงอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงแฟน ๆ เป็นสำคัญเพื่อนำเสนอทั้งพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ การแสดงทรงพลัง และโปรดักชันสุดอลังการ ตั้งแต่จอแอลอีดีขนาดใหญ่, จอเลื่อน, จอซีทรู, เวทีหมุนพร้อมลิฟต์ยก,ลิฟต์แอลอีดีหลากหลายรูปแบบ, เลเซอร์, ฉากดวงจันทร์,ฉากปราสาทพร้อมแสงสว่าง, บอลกระจก, บอลคิเนติก, ม่านคาบูกิดรอปพร้อมโปรเจกเตอร์แมปปิงไปจนถึงไพโรเทคนิค, เครื่องยิงคอนเฟตติ, เครื่องพ่นหมอก, เครื่องสร้างควันต่ำ, เครื่องฟองสบู่หมอกและพร็อปประกอบการแสดง ที่ช่วยสร้างประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ชมตลอดทั้งโชว์จักรวาลของ EXO (เอ็กซ์โซ) ถูกเปิดออกอย่างเต็มมิติผ่านสัญลักษณ์สำคัญของวงไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง พลังพิเศษของแต่ละสมาชิก และต้นไม้แห่งชีวิต พร้อมปลุกพลังของ EXO PLANET (เอ็กซ์โซ แพลนเน็ต) ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยบีตอันฮึกเหิมของ ‘MAMA’รายล้อมด้วยกองทัพแดนเซอร์ในชุดคลุมสีดำ ต่อเนื่องสู่ ‘Monster’ ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม

ก่อนยกระดับความเข้มข้นด้วยฉากการหลอมรวมกันของดวงจันทร์ขนาดใหญ่ และลำแสงสีแดงที่ปกคลุมทั่วทั้งอารีน่าใน ‘ 늑대와 미녀 (Wolf)’ และ ‘중독 (Overdose)’จากนั้น EXO (เอ็กซ์โซ) ปรับอุณหภูมิของโชว์ให้ร้อนแรงขึ้นด้วยการแสดงที่ถ่ายทอดเสน่ห์แบบผู้ใหญ่อย่างมีชั้นเชิงผ่าน ‘PLAYBOY’, ‘Artificial Love’,‘전야 (前夜) (The Eve)’ และ ‘Love Shot’ ก่อนพาแฟน ๆ เข้าสู่พาเหรดเพลงฮิตที่คิดถึง ทั้งเมดเลย์เพลงไตเติลอย่าง‘Tempo’, ‘Ko Ko Bop’, ‘CALL ME BABY’ รวมถึง ‘LOVE ME RIGHT’ และ ‘으르렁 (Growl)’ที่เรียกเสียงร้องตามได้อย่างกึกก้อง ต่อด้วยช่วงสนุก ๆ ในเมดเลย์ EDM อย่าง ‘Power’, ‘Don’t fight the feeling’ และ ‘Run’
นอกจากนี้ ยังมีโซโล่ที่ขับเสน่ห์เฉพาะตัวของสมาชิกให้โดดเด่นยิ่งขึ้นและช่วยเสริมอรรถรสของการแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น ‘Total Eclipse’ที่ถ่ายทอดผ่านพลังเสียงอันเปี่ยมอารมณ์ของ SUHO (ซูโฮ), ‘Gravity’ ที่ผสมผสานเสน่ห์อันเข้มข้นของ
CHANYEOL (ชานยอล), ‘지킬 (Jekyll)’ ของ KAI (ไค) ที่สะกดสายตาด้วยการเต้นอย่างพลิ้วไหว, ‘Artificial Love’ ที่เผยความร้อนแรงของ SEHUN (เซฮุน) และ ‘Baby, Don’t Cry (인어의 눈물)’ ที่ถ่ายทอดเคมีอันอบอุ่นระหว่าง SUHO (ซูโฮ) กับ D.O. (ดีโอ) ต่อด้วยเพลงซึ้ง ๆ อย่าง ‘기억을 걷는 밤 (Walk On Memories)’ ที่นำเสนอภาพความทรงจำผ่านการฉายโปรเจกเตอร์บนม่านคาบูกิอย่างงดงาม และ ‘나비소녀 (Don’t Go)’ บนเวทีหมุนที่โอบล้อมด้วยแสงเลเซอร์รูปผีเสื้ออันตราตรึง

ไฮไลต์ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตถูกออกแบบให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีราชาแห่งเค-ป็อป เริ่มจาก ‘EL DORADO’ ที่ยิงเลเซอร์เปิดฉากปราสาทสีทองตระการตาและดาบแสง ก่อนไประเบิดพลังผ่านกรุ๊ปแดนซ์ใน ‘Back It Up’ต่อเนื่องกับ ‘Forever’ ที่ใช้มงกุฎเป็นของสำคัญ เปรียบดั่ง “สิ่งล้ำค่าที่ต้องปกป้อง” แล้วเชื่อมเข้าสู่เพลงไตเติลล่าสุด ‘Crown’ ตอกย้ำการหวนคืนสู่บัลลังก์ พร้อมพาผู้ชมขึ้นสู่จุดสูงสุดของค่ำคืนอย่างสมบูรณ์แบบ อีกหนึ่งภาพจำสำคัญที่เติมเต็มความหมายของคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ แฟนโปรเจกต์จาก EXO-L (เอ็กซ์โซ-แอล) ชาวไทย ที่ร่วมกันถ่ายทอดความรักและการรอคอยผ่านหลากหลายโปรเจกต์ตลอด 2 วันทั้งแบนเนอร์พร้อมข้อความ “บ้านหลังนี้ยินดีต้อนรับ EXO เสมอ” “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน EXOก็ยังคงเป็นราชาของ EXO-L ชาวไทยเสมอ”, การแปรอักษรด้วยกล่องไฟ , กรอบแท่งไฟรูปบ้านและรูปมงกุฎตลอดจนแบนเนอร์ไวนิล “YOU ARE OUR PETERPAN, WE ARE YOUR TINKERBELL”“แม้จะอยู่กันคนละที่ พูดกันคนละภาษา แต่การที่ EXO-L ได้มาพบกับ EXO นับเป็นโชคดีและน่ายินดีจริง ๆ”
ตลอดช่วงเวลาของการแสดงทั้ง 24 เพลง กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง EXO (เอ็กซ์โซ)ไม่เพียงมอบเวทีที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังที่เติบโตจากประสบการณ์ ความผูกพันกับแฟน ๆและโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของวงอย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่เสียงร้อง การแสดง โปรดักชัน แสง สี เสียงไปจนถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ล้วนเนรมิตช่วงเวลาที่ EXO (เอ็กซ์โซ) และ EXO-L (เอ็กซ์โซ-แอล)ได้กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้งพร้อมสร้างความทรงจำบทใหม่ที่จะถูกสลักไว้ในอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งการครองบัลลังก์ของราชาแห่งเค-ป็อปอย่างสง่างาม