และก็มีกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หรือกฎหมาย“ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร” ซึ่งรัฐบาลเขาอยากให้สื่อสารให้ชัดๆ ว่า“ไม่ใช่กฎหมายกาสิโน”เข้าสู่การพิจารณาของสภา ยังไม่รู้ท่าทีของพรรค ปชน.ว่าจะเอาอย่างไร เพราะเอาจริงในตัวนโยบายของพรรคก้าวไกลก็มีเรื่องนี้ แต่รายละเอียดต่างจากที่รัฐบาลเพื่อไทยนำเสนอ

เราเห็นการ“ส่งสัญญาณว่ามีความจำเป็น” มาเรื่อยๆ เช่น เมื่ออาทิตย์ก่อน “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร นัดประชุมเรื่องมาตรการท่องเที่ยว ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่เป็นไปตามเป้า ก็เหมือนจะบอกว่า “จำเป็นต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวประเภทมนุษย์สร้างขึ้นมาเพิ่ม” และได้กล่าวในรายการ“โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร”ย้ำความจำเป็นอีกรอบ

“แต่ต้องสื่อสารกันว่าบางทีประเด็นการเมืองมันเข้มข้น แล้วอยากจะตีเรื่องนี้ให้ฉ่ำๆ ให้มันถูกเข้าใจผิดไปเลยว่าต้องเกิดอบายมุขสุดๆ แน่ที่ประเทศไทย ซึ่งต้องชี้แจงว่าไม่ใช่ ประเทศที่เขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  เขาเทรนด์โลกตรงนี้หมดแล้ว เขาต้องการที่เที่ยวที่คนสร้างขึ้น”

สส.พรรคเพื่อไทย เช่น “โอปอ”อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ บอกว่า “จากที่ลงพื้นที่ อธิบายให้ประชาชนเข้าใจแล้ว ก็เห็นว่า เป็นประโยชน์ ไม่ได้คัดค้าน และก็อ้างมุขเดิม “เทยเลอร์ สวิฟต์ ไม่มาไทยเพราะไม่มีฮอลขนาดใหญ่” ยังบอกด้วยว่า จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจจ้างงานกว่า 20,000 ตำแหน่ง เงินเดือน 25,000 บาท

ก็ไม่ทราบว่ากระบวนการรับฟังความเห็นเขาทำกันอย่างไร เพราะ สส.ปชน.ก็บอกว่า ถ้าให้แสดงความเห็นในเวบไซด์ law.go.th ไม่ควรนำมาใช้อ้างอิงเพราะกรอกเห็นด้วยซ้ำกี่ครั้งก็ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดกันถึงเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยว ก็เป็นวาระแห่งชาติ เพราะการท่องเที่ยวเป็นขาเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่ตอนนี้กำลังถดถอย

มีการวิเคราะห์ข้อหนึ่งว่า ความถดถอยเกิดจากตลาดใหญ่คือ จีน กลุ่มหน้าใหม่ไม่กล้ามาเที่ยวไทย เพราะปัญหาคอลเซนเตอร์จับคนไปเป็นแรงงานทาส ทั้งจากข่าวที่ออกมา และจากหนังเรื่อง no more bets ว่าด้วยคนจีนถูกหลอกมาเป็นคอลเซนเตอร์ หนังมีอิทธิพลต่อนักท่องเที่ยวจีน เรายังเคยได้ประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวจีนเต็มเชียงใหม่จากหนัง Lost in Thailand  

บัญชี X ของพรรค ปชน. ชี้ให้เห็นในทำนองว่า ที่บอกว่าการท่องเที่ยวซบเซานั้น จะสร้างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์มันก็ไม่ช่วยในระยะสั้น เพราะต่อให้ผ่านในสมัยประชุมนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสร้างได้ทันที ( และต้องมีขั้นตอนคัดเลือกเอกชนที่มาลงทุน เลือกสถานที่อีก )  โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย.ก็เงียบกริบ

โจทย์ที่ ปชน.ฝากไว้ให้กับรัฐบาล อาทิ ภูเก็ตขณะนี้มีแต่นักท่องเที่ยวไม่มีคุณภาพ แต่ถ้าจะแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ป้องกันอาชญากรและพวกศูนย์เหรียญด้วย ต้องทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า ใช้ระบบติดตามและคัดกรองชาวต่างชาติที่อาจเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแย่งอาชีพและลดความเสี่ยงต่ออาชญากรรม

ที่สำคัญคือการสร้าง“เมืองไทยปลอดภัย” ทำให้เห็นว่า สามารถป้องกันอาชญากรรมที่เกิดกับนักท่องเที่ยวได้ จัดการธุรกิจต่างชาติ ศูนย์เหรียญที่ผิดกฎหมาย พัฒนาจุดหมายด้านอุทยานแห่งชาติ โบราณสถาน หรือชุมชนที่มีวัฒนธรรม เรื่องราว มาเป็นจุดหมายใหม่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สะดวก สะอาด มีคุณภาพ ทำให้คนไปท่องเที่ยวง่าย

ไม่อยากให้เอาเรื่องท่องเที่ยวซบเซามาบีบให้มีเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ถ้าผลศึกษาความคุ้มค่า“ที่น่าเชื่อถือ”ยังไม่ออกมา ระหว่างนี้รัฐบาลต้องพัฒนาทุนท่องเที่ยวที่มีอยู่ไปก่อน.