เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อแอนแทรกซ์ หรือโรควัวบ้าในพื้นที่ประเทศไทยว่า ตอนนี้ ยังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อ 3 รายที่จังหวัดมุกดาหาร โดยในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย นอนโรงพยาบาลให้ยาฆ่าเชื้อ 2 ราย คือ ชายอายุ 36 ปี ประวัติวันที่ 28 เม.ย.ไปร่วมชำแหละวัว ที่ตายผิดปกติกับ ชายอายุ 58 ปี พี่ป่วยหนักโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน ส่วนคนอื่นที่ชำแหละวัวตัวเดียวกันนี้ ยังติดตามอยู่ แต่ที่ยืนยันว่าติดเชื้อและป่วย ก็คือ 2 รายนี้ส่วนเคสอื่นๆ อยู่ระหว่างการรอผล

เมื่อถามว่าสำหรับช่วยแอนแทรกซ์ในประเทศไทย ณ ตอนนี้ที่กรมควบคุมโรคมีการจับตาอยู่นอกจากที่จังหวัดมุกดาหารแล้วยังมีพื้นที่อื่นๆ อีกหรือไม่ นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้ที่เราจับตาก็ยังอยู่ที่มุกดาหาร ทั้งจังหวัด ทุกหมู่บ้านในอำเภอที่เกิดเหตุ ซึ่งความเสี่ยงทั้งหมดในปัจจุบันการระบาดยังคงจำกัดอยู่ในพื้นที่ของอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งตอนนี้เสถียรภาพของพื้นที่คือพยายามตรวจจับโรคใน ระยะเริ่มต้นในผู้ป่วยที่สงสัย ในบริเวณหมู่บ้านและอำเภอดอนตาลเป็นหลัก

“สถานภาพของจังหวัดมุกดาหารโดยเฉพาะอำเภอดอนตาลตอนนี้ก็จัดอยู่ในสถานภาพเป็นพื้นที่ระบาด ประชาชนจะต้องมุ่งเน้นให้เขา ปรับพฤติกรรมการชำแหละสัตว์ ที่ไม่ได้มาตรฐานสุขอนามัย รวมถึงพฤติกรรมการ บริโภคเนื้อดิบซึ่งในพื้นที่อาจจะมีเทศกาลงานบุญต่างๆ พี่จะมีการชำแหละหรือฆ่าสัตว์เพื่อมาบริโภคภายในพื้นที่กันจะต้องเน้นย้ำว่าห้ามรับประทานเนื้อดิบ ซึ่งจริงๆแล้วใช้อันแทคนี้จะอยู่ในสัตว์ 4 ประเภทคือ วัว ควาย แพะ แกะ เป็นหลัก แต่ในพื้นที่คิดว่าน่าจะเป็นเนื้อวัวที่นิยมบริโภคกัน” โฆษกกรมควบคุมโรคกล่าว

นพ.วีรวุัฒน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งทางปศุสัตว์จังหวัดก็เน้นย้ำระดมกักกันสัตว์ในพื้นที่ 124 ตัวเป็นเวลา 30 วัน มีการฉีดยาปฏิชีวนะยาฆ่าเชื้อในสัตว์ทุกตัว และภายในรัศมี 5 กิโลเมตรก็มีการฉีดวัคซีน ให้กับ วัว ควายจำนวน 1,222 ตัว

ในส่วนของคนนั้นตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน จะเน้นในเรื่องของการป้องกันตัวเป็นหลัก หากเกิดการติดเชื้อก็จะทำการรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด ย้ำว่ากรณีการติดเชื้อปกติสามารถรักษาให้หายได้ไม่ใช่ว่าเป็นแล้วจะต้องเสียชีวิตทุกราย ถ้าเป็นการติดเชื้อผ่านการสูดดมเข้าไป หรือเรียกว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจ จะทำให้อาการรุนแรงแต่โอกาสติดเชื้อ ลักษณะนี้จะเกิดน้อย แต่อาจเป็นการติดเชื้อทางผิวหนังอาการจะไม่รุนแรงยกเว้นว่าคนไข้มาพบแพทย์ช้า แล้วเชื้อลามเข้าสู่กระแสเลือด  เพราะเส้นทางของเชื้อจะเกิดจากแผลแล้วลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง และเข้ากระแสโลหิต หากเป็นเช่นนี้จะถือว่าอาการหนัก ดังนั้น ถ้าเริ่มมีอาการก็ต้องรีบมาพบแพทย์ ถ้าหากได้ยาฆ่าเชื้อเร็วก็จะไม่เสียชีวิต.