จากกรณี นายมานิตย์ เผือกวัฒนะ อายุ 72 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.สำโรง ชักปืนกระหน่ำยิง นายอำนาท เผือกวัฒนะ อายุ 55 ปี (หลานชาย) และนางสุรินทร์ เผือกวัฒนะ อายุ 50 ปี (หลานสะใภ้) ดับคาบ้าน ย่านสำโรงใต้ ก่อนจะขับรถเก๋งหลบหนีไป ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวเอาไว้แล้ว ที่ จ.ชลบุรี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ หน้าบ้านพักหลังหนึ่งภายในซอยบุญถนอม ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 พ.ค. 68

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่สภ.สำโรงใต้ ลูกชายของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติพี่น้องในครอบครัวประมาณ 10 คน ได้เดินทางมารอพบกับ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง และเตรียมมอบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ที่ นายมานิตย์ บุกเข้ามายิงผู้เสียชีวิตทั้งสองรายถึงในรั้วบ้าน ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย “กัน จอมพลัง” คุยกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ได้ออกมาเผยกับสื่อว่า คดีคืบหน้าไปมาก หลังจับผู้ก่อเหตุได้ มีการตรวจเขม่าดินปืนไว้เป็นหลักฐาน กำลังรอสอบปากโดยละเอียด อย่างไรก็ตามทราบว่า ลูกชายของผู้เสียชีวิตให้การระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีการเล็งปืนมาที่น้องจะยิงใส่น้องด้วย

“…ผมมองว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว ไม่ใช่อะไรไม่ถูกใจก็ไปเอาชีวิตคนอื่น ไม่มีสิ่งของใดสำคัญเท่าชีวิตคนคนหนึ่ง กำแพงไม่ได้สำคัญไปมากกว่าชีวิตคน ก่อเหตุไปมีแต่เสียกับเสีย…” กัน จอมพลัง กล่าว

ด้าน นายปลั๊ก อายุ 25 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนต้องการให้พี่กันเข้ามาช่วยเพราะไม่รู้จะไปปรึกษาใคร หลังจากนี้คงจะอยู่บ้านหลังเดิมต่อไป เพราะพ่อแม่สร้างมาให้อยู่ ตนกังวลว่าหลังจากนี้จะเกิดปัญหาซ้ำอีก หากเป็นเช่นนั้นตนคงจะพาย่าไปอยู่ที่อื่น ต้นสายปลายเหตุนั้นตนไม่ทราบ ทราบเพียงว่าทะเลาะกันมานานเป็นสิบปีแล้ว หลัก ๆ คือสองฝั่งนั้นด่ากันไปมา ยอมรับว่าอยากให้ปัญหาจบ มันคาราคาซังมานาน ไม่อยากให้สูญเสียอีก ส่วนทางคดีให้พี่กันคุยเพิ่มเติม

ด้าน นายพิชัย อายุ 59 ปี พี่ชายนางสุรินทร์ ผู้ตายเล่าให้ฟังว่า สามีภรรยาเพิ่งมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุได้แค่หนึ่งคืน ก็เกิดเรื่องขึ้นทั้งที่จริง ๆ แล้วตั้งใจมาทำรั้วกั้น ไม่ให้เห็นฝั่งบ้านคนก่อเหตุ โดยทางครอบครัวแค่เรียกช่างมาคุยว่าจะมีการเจาะ คือแค่คิดกันว่าจะเจาะ แต่ยังไม่ได้เจาะอะไรทั้งนั้น ซึ่งที่ทำรั้วเพราะจะพา “ย่าไฝ” กลับมาอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุหลังดังกล่าว ไม่ต้องการให้มีเรื่อง อยากให้จบปัญหาไป ส่วนที่ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องทะเลาะกันตนไม่ทราบเรื่อง เท่าที่รู้ก็ทราบแค่ว่าสองฝ่ายทะเลาะด่าทอกันไปมา นานแล้ว ส่วนนายอำนาจ และนางสุรินทร์ เองไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นและไม่เคยด่าทอใด ๆ ขณะที่ 2 สามีภรรยาที่เสียชีวิตไม่ได้มาอยู่บ้านหลังนี้ เพราะไปทำงานที่ชลบุรีมาเป็น 10 ปีแล้ว

ขณที่ พ.ต.อ ปิยะวัฒน์ พัชรนิตยธรรม ผกก.สภ.สำโรงใต้ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายมานิตย์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากบันดาลโทสะที่ผู้ตายซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายและหลานสะใภ้เรียกช่างมาต่อเติมกำแพงให้สูงขึ้น โดยจะมีการเจาะรูกำแพง เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาไม่พอใจและมีปากเสียงด่าทอกัน ด้านผู้ตายมีการพูดจาท้าทายเกิดขึ้น จนกระทั่งผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงหลานทั้งสองเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ นอกเหนือแรงจูงใจในวันเกิดเหตุแล้ว ยังมีแรงจูงใจเหตุการณ์ในอดีตที่ผู้ต้องหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับ นางพนอ เปรมปรีดิ์ อายุ 80 ปี หรือ ยายไฝ แม่ของ นายอำนาจ สนับสนุนอีกด้วย

หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีไปยังจังหวัดชลบุรี ซึ่งไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด โดยอ้างว่าในอดีตเคยมาเที่ยวที่ชลบุรี และต้องการที่จะตั้งหลัก เช่าโรงแรมนอนสัก 1-2 คืน ก่อนที่จะมอบตัวกับตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ด้วยตนเอง กระทั่งมาถูกจับในที่สุด ทางตำรวจแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยามฆ่า และ พรบ.อาวุธปืน โดยผู้ต้องหาไม่ประสงค์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ.



