กรณี “ทราย สก๊อต” หรือ สิรณัฐ สก๊อต ได้ออกมาโพสต์เล่าความอึดอัดใจ ที่พบบริษัททัวร์ใช้แรงงานเด็กชาวมอแกน บนเกาะสุรินทร์ เพื่อแลกค่าแรงแค่ 4,000 บาท อีกทั้งยังให้ทิปด้วยการเติมอินเทอร์เน็ตมือถือให้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่ถกเถียงในสังคมไทยว่าเรื่องจริงหรือไม่ โดยขอให้ทางอุทยานแห่งชาติออกมาชี้แจงรายละเอียดและข้อเท็จจริงหรือนี้อีกด้วย ขณะที่ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ได้ออกมาโต้ทันควัน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘อช.หมู่เกาะสุรินทร์’ โต้ ‘ทราย สก๊อต’ ยันไม่เคยใช้แรงงานเด็กชาวมอแกน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ภาพสมัยเป็นอธิบดีกรมประมง ไปปฏิบัติหน้าที่ที่เกาะสุรินทร์ ลงในเพจเฟซบุ๊ก “ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี” พร้อมระบุข้อความว่าะ “ชาวมอแกนเป็นมนุษย์ มีเกียรติและศักดิ์ศรี

จนได้ เอาอีกแล้ว คุณทราย เปิดวิวาทะ เรื่องชาวมอแกนที่เกาะสุรินทร์กับกรมอุทยานแห่งชาติฯ และผู้ประกอบการเรื่องการใช้แรงงานเด็ก ผมกลัวว่าเรื่องนี้จะบานปลายแบบไม่รู้เรื่องจริง จึงขอเล่าประวัติชาวมอแกนที่เกาะสุรินทร์ไว้เป็นอุทาหรณ์ ดังนี้

เมื่อปี 2537 กองทัพเรือและกรมประมงได้ร่วมกันจัดตั้งหน่วยตรวจการณ์ประมงทางยุทธวิธีตามชายแดนทางทะเลกับพม่า ผมขณะนั้นเป็นอธิบดีกรมประมง จึงได้ไปที่เกาะสุรินทร์ซึ่งเพิ่งประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล เพื่อหาจุดก่อสร้าง ซึ่งก็ได้อาคารเก่าของกรมป่าไม้ที่ทิ้งร้างใช้เป็นสถานที่จัดตั้ง เพราะมีน้ำตกและอยู่ใกล้หมู่บ้านชาวมอแกน

ในวันเปิดหน่วย ชาวมอแกนจากหมู่บ้านได้มาร่วมงาน ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่สวมเสื้อ ส่วนเด็กเล็กจะแก้ผ้าเลย และพูดภาษาไทยไม่ได้ ผมจึงสั่งหัวหน้าหน่วยให้จ้างชาวมอแกนมาเป็นลูกจ้างและให้สร้างโรงเรียนเด็กเล็กเพื่อดูแลและสอนหนังสือตอนกลางวันแทนที่จะลงเรือไปกับพ่อแม่ ได้บอกลูกน้องว่า จะส่งเสื้อผ้านักเรียนมาให้และอีก 3 เดือน จะมาเยี่ยมใหม่ โดยได้ย้ำว่า เด็กพวกนี้ต้องร้องเพลงชาติไทยได้ ซึ่งผมจะมาฟัง

เมื่อผมกลับมาอีกครั้ง เด็กๆแต่งชุดนักเรียนเสียสวยงามมายืนเข้าแถวรับ (ตามภาพ) แล้วเขาก็ได้ร้องเพลงชาติไทยให้ผมฟัง น้ำเสียงยังแปร่งๆอยู่ ครั้นถามเขาว่า เพลงนี้แปลว่าอะไร ปรากฏว่า ไม่มีใครตอบได้สักคน ในที่สุดโรงเรียนแห่งนี้ก็ได้ใช้นามสกุลของผมมาเป็นชื่อ คือ “สุรัสวดี” และต่อมาภายหลัง สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรโรงเรียนและทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด และเมื่อผมมาเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ก็ได้สั่งอุทยานให้ดูแลชาวมอแกนให้ดี ให้ปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงเป็นเจ้าของเกาะ ซึ่งอุทยานก็ได้จ้างชาวมอแกนทั้งชายและหญิงมาเป็นลูกจ้างจำนวนมาก อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขและสงบมาจนทุกวันนี้

ตามประวัติศาสตร์ ชาวมอแกนหรือแม้แต่ชาวเล ไม่มีสัญชาติ พวกเขาล่องเรือไปมาระหว่างเกาะอันดามันของอินเดีย ผ่านเกาะต่างๆของพม่า และมาที่เกาะสุรินทร์ จะวนเวียนแบบนี้มาตลอดนับ 100 ปี เรือของเขาจะแบนๆ เป็นไม้ขุด มีหลังคามุงด้วยหญ้า (เรือกะบาง) พวกเขาใช้ชีวิตกินนอนบนเรือ เด็กจะว่ายน้ำได้ก่อนเดิน ในฤดูมรสุมจะขึ้นมาอยู่บนฝั่ง แต่เมื่อเกิดมีคนตาย เขามีประเพณีว่า ต้องย้ายบ้านทันที ซึ่งก็คงเกี่ยวกับเรื่องทางสาธารณสุข ขอย้ำว่า ชาวมอแกนไม่มีสัญชาติ สามารถเดินทางระหว่างประเทศอินเดีย พม่าและไทย โดยไม่ต้องมีพาสปอร์ตหรือวีซ่า ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติระหว่างประเทศมาช้านาน

ชาวมอแกนกับชาวเลเป็นคนละพวกกัน แต่ก็อาจมีเชื้อสายสัมพันธ์กัน คนพวกนี้ว่ายน้ำและดำน้ำอึดมาก เขาไม่ต้องใช้ถังออกซิเจน ไม่ต้องมีตีนกบ สามารถดำน้ำลึกได้ถึง 10 เมตร โดยการกลั้นหายใจเพียงอึดเดียวก็สามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน 5-10 นาทีด้วยซ้ำ แสดงว่าปอดเขาคงดีมากหรือไม่ก็มีวิวัฒนาการในเรื่องระบบการหายใจที่เอื้อให้เขาสามารถทำเช่นนี้ได้ แต่เดิมชาวมอแกนจับปลาและเก็บหอยเพื่อยังชีพเท่านั้น จนเมื่อมีนักท่องเที่ยวนิยมทานหอย ชาวมอแกนก็เริ่มดำน้ำเก็บหอยเอาเนื้อมาขาย แต่มาตอนหลังนักท่องเที่ยวอยากได้เปลือกหอยเป็นที่ระลึก ชาวมอแกนจึงเก็บเปลือกหอยมาขาย ซึ่งขณะนี้กรมอุทยานฯ กรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ห้ามการกระทำดังกล่าวแล้วทั้งนี้เพื่อการอนุรักษ์และรักษา (Preservation)

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เพราะเชื่อว่า เรื่องนี้จะเป็นไวรัล เพราะคุณสรยุทธ เอามาอ่านข่าวเมื่อเช้า จึงต้องเขียนให้ความรู้เป็นพื้นฐานไว้ ก่อนที่จะมีใครไปตกแต่งเรื่องราวจนกลายเป็นนวนิยายหรือแม้แต่การหมิ่นศักดิ์ศรี ไป เช่น กรณีเคยมีฝรั่งมาทำวิทยานิพนธ์โดยรับสาวมอแกนมาเป็นเมียแล้วทิ้ง รวมไปถึงการทำ content ชาวมอแกนเก็บหอยหรือเก็บปะการังในอุทยานฯ ซึ่งมันผิดกฎหมายและไม่เป็นความจริง ส่วนเรื่องการเก็บขยะใต้น้ำนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่สงสัยว่า ได้มีการทำกันจริงจังหรือเปล่า หรือเป็นการสร้างภาพ เพราะในทัศนะผม ชาวมอแกนเป็นนักอนุรักษ์ทะเลที่ทำด้วยจิตและวิญญาณ”

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ เพจ “ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี”