เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ช่องทางบ้านพุน้ำร้อน พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี น.ส.กิตติยา จึงรุ่งเจริญกิจ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นายฑรัท เหลืองสอาด ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมลงพื้นที่
จากสถานการณ์ดังกล่าว กองกำลังสุรสีห์ และศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดกาญจนบุรี ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ได้บูรณาการกับฝ่ายปกครอง และส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ยกระดับการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการจัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการในการปฏิบัติการทางทหารทุกรูปแบบตลอดแนวชายแดนบริเวณบ้านพุน้ำร้อน ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน

หากสถานการณ์การสู้รบรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทางจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้อพยพ หากมีความจำเป็น ก็จะให้เข้ามาอาศัยอยู่ในสถานที่ที่จัดเตรียมเอาไว้รองรับเพื่อให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยธรรม ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล โดยเหล่ากาชาด จ.กาญจนบุรี ได้นำเครื่องอุปโภคและบริโภคมอบให้ไว้ทำอาหารเลี้ยงกัน อีกทั้งกองกำลังสุรสีห์ ได้ประสานกับกองทัพอากาศอย่างใกล้ชิด ในกรณีที่มีการปฏิบัติของอากาศยานประเทศเพื่อนบ้านบริเวณใกล้แนวชายแดน เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ขอประชาสัมพันธ์ไปถึงพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรี และคนไทยทั่วประเทศให้ทราบข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์การสู้รบบริเวณพรมแดนยังห่างไกลจากพื้นที่ของเราอยู่มาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้เตรียมความพร้อมบริเวณพรมแดนเอาไว้เป็นอย่างดี ดังนั้นพี่น้องประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกหรือตกใจกลัว เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องภายในของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีผลกระทบต่อบริเวณเขตแดนของประเทศเรา



