เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ทั้ง 79 แห่ง ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 11 พ.ค. นี้ หลายพื้นที่ยังคงคึกคัก โดยเฉพาะศึกเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ (ทม.กาฬสินธุ์) และสมาชิกสภาเทศบาล ที่มีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้สมัครต่างพากันลงพื้นที่หาเสียงเร่งทำคะแนนอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดนายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ หรือ “บัส” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เบอร์ 1 นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ ลูกชายนายวิรัช พิมพะนิตย์ หรือ “หมู” สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย และนางจารุณี พิมพะนิตย์ ณ นครพนม อดีตประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ นำทีมบริหาร และผู้สมัคร สท.กลุ่ม “สร้างเมืองใหม่” ทั้ง 3 เขต เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่บริเวณลานหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) โดยมีพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมฟังการปราศรัยและนำดอกไม้มาให้กำลังใจกว่า 5 พันคน

ทั้งนี้บรรยากาศการปราศรัย เริ่มจากการแนะนำตัวผู้สมัคร สท.กลุ่มสร้างเมืองใหม่ทั้ง 3 เขต แนะนำตัวทีมบริหาร จากนั้นนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หรือนายกตุ้ย นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด ขึ้นเวทีปราศรัยคนแรก เน้นการขอให้ประชาชนร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ สร้างเมืองกาฬสินธุ์ใหม่ และเปลี่ยนผู้นำ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมืองกาฬสินธุ์มีแต่สิ่งเก่าๆ เช่น ฝนตกน้ำท่วมคือเก่า ถนนหนทางพังชำรุดคือเก่า สวนสาธารณะเก่าชำรุดทรุดโทรมมีแต่ขี้นกคือเก่า ฯลฯ จากนั้นทีมบริหารได้ปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์ และนายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 ขึ้นเวทีปราศรัย เน้นเรื่องการผลักดันพื้นที่ว่างศาลากลางเก่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาของโรงพยาบาลในอนาคต เช่น ศูนย์สมอง ศูนย์หัวใจ
จากนั้นนายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ หรือ “บัส” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เบอร์ 1 ได้ขึ้นเวทีปราศรัย กราบขอโอกาสชาวชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ขอเป็นนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมขอให้พ่อ แม่ พี่ น้อง ลองเปลี่ยนคน เปลี่ยนผู้นำ และให้โอกาสเลือก “กลุ่มสร้างเมืองใหม่” เลือกยกทีม เพื่อร่วมเปลี่ยนเมืองไปด้วยกัน พร้อมปราศรัยเสนอนโยบายเด่นๆ ให้ประชาชนรับฟัง เช่น นโยบายเปลี่ยนโครงการพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน เช่น เปลี่ยนท่อตันๆ เปลี่ยนถนนพังๆ เปลี่ยนถนนมืดๆ เปลี่ยนสายไฟห้อยๆ เปลี่ยนปัญหาเข้าเมืองยาก เปลี่ยนศาลาชุมชุมเก่าๆ และเปลี่ยนเมืองให้ปลอดภัยมีกล้องนิรภัยติดตั้งทั่วเมือง

นโยบายเปลี่ยนแก่งดอนกลางให้ยิ่งใหญ่ สู่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกาฬสินธุ์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว โดยการผลักดันสร้างแก่งดอนกลางสวนสวยหัวใจเมือง, สร้างสะพานข้ามแก่ง, สร้างแลนด์มาร์คให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และผลักดันการสร้างพุทธมณฑลให้แล้วเสร็จ, นโยบายนโยบายเปลี่ยนเมืองใหม่ส่งเสริมเมืองสุขภาพดี ผลักดันพื้นที่ว่างศาลากลางเก่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาของโรงพยาบาลในอนาคต, สายรัดข้อมืออัจฉริยะ, ปรับปรุงสวนสาธารณะชุมชน, ปรับปรุงกุดน้ำกิน และสนามกีฬากลางทุกคนเข้าถึงได้

นโยบายเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ชีวิตดีมีคุณภาพ แก้ปัญหาสุนัข แมวจร ยกระดับแหล่งน้ำสะอาด แก้ปัญหาขยะและกิ่งไม้เกลื่อนเมือง และแก้ปัญหาขี้นกตามสวนสาธารณะและสถานที่ต่างๆ, นโยบายเปลี่ยนให้เศรษฐกิจดี เปลี่ยนตลาดเงียบๆ ให้ลูกค้าเพียบอีกครั้ง ฟื้นฟูตลาดทั่วเมืองกาฬสินธุ์อย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมหกรรมกีฬา ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม ผลักดันและเสนอปรับผังสีที่ดินใหม่เปิดโอกาสสร้างงานใหม่ให้กาฬสินธุ์ รวมทั้งดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุให้มีความสุข

นโยบายเปลี่ยนเมืองให้มีอัตลักษณ์และส่งเสริมวัฒนธรรมจังหวัด, นโยบายเปลี่ยนการศึกษาให้พัฒนาอย่างยั่งยืน ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และนโยบายเปลี่ยนให้ประชาชนกับเทศบาลใกล้กันยิ่งขึ้น ซึ่งการปราศรัยได้รับกระแสตอบรับจากชาวชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ทั้ง 41 ชุมชน เป็นอย่างดี
จากนั้นนายวิรัช พิมพะนิตย์ หรือ “หมู” สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนสุดท้าย แต่ก่อนขึ้นเวที ได้มีการเปิดคลิปที่ได้อภิปรายในสภา เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจากโครงการก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จ ที่ชาวบ้านขนานนามว่า “โครงการ 7 ชั่วโคตร” ซึ่งการอภิปรายมีวลีเด็ดคือ “สส.ไม่ใช่หมา” ที่จะเห่าอย่างเดียว และหลังจากอภิปราย ได้มีการดำเนินการก่อสร้างต่อในขณะนี้

นอกจากนี้ ยังได้ปราศรัยเน้นย้ำว่า ถึงเวลาเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนผู้นำ พร้อมขอโอกาสคนใหม่ๆ ที่มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ และมีความสามารถ ขอโอกาส “กลุ่มสร้างเมืองใหม่” ยกทีมมาบริหารท้องถิ่น เพื่อที่จะบริหารงานควบคู่ไปกับการทำงานของ สส.ระดับประเทศ เพื่อผลักดันโครงการต่างๆ มาพัฒนาบ้านเมืองกาฬสินธุ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมต่อไป



