เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่ 2 เรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ เรื่องแรกคือ ผลการสอบสวนของแพทยสภาต่ออาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา แถลงมติแพทยสภาลงโทษแพทย์ 3 คน ที่รักษานายทักษิณ เป็นความผิดเรื่องออกใบส่งตัว และข้อมูลที่ได้รับไม่ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่ามีภาวะวิกฤติเกิดขึ้น ซึ่งตนขอขอบคุณแพทยสภาที่ทำความจริงให้ปรากฏ เพราะเรื่องนี้มีการถกเถียงกันมายาวนานว่านายทักษิณป่วยจริงหรือป่วยทิพย์ เมื่อผลการสอบของแพทยสภาออกมาเช่นนี้เป็นความกระจ่างชัดว่าการออกจากเรือนจำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจไม่มีเหตุอันควรที่จะต้องออกมา เพราะไม่ได้ป่วยวิกฤติ และถ้าป่วยธรรมดา ก็สามารถรักษาที่โรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ได้ การอ้างเป็นผู้ป่วยวิกฤติต้องมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจจึงเป็นข้ออ้างที่ปราศจากข้อเท็จจริง

นายเทพไท กล่าวอีกว่า เมื่อผลการสอบปรากฏชัดเช่นนี้จะนำไปสู่การเป็นสารตั้งต้นของการพิจารณาไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 ซึ่งอาจทำให้มีข้อวินิจฉัยว่านายทักษิณไม่ได้ติดคุกจริง การหลีกเลี่ยงการติดคุกหรือถูกจำคุกตามหมายศาล โดยการอ้างอาการป่วยวิกฤติถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามหมายศาล ดังนั้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่าศาลฎีกาฯ อาจมีหมายให้นายทักษิณกลับไปจำคุกใหม่ คือต้องติดคุก 1 ปี อีกครั้งก็ได้

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 กรณีที่นายทักษิณยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอเดินทางไปประเทศกาตาร์ วันที่ 14 มิ.ย.นี้ เนื่องจากผู้ครองนครกาตาร์ได้ออกหนังสือเชิญนายทักษิณในฐานะเป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียน โดยช่วงเวลาดังกล่าวใกล้เคียงกับกำหนดนัดพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ ในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 ซึ่งศาลอาญาเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคหรือกระทบต่อการพิจารณาคดีได้ จึงพิจารณาว่าเหตุผลที่ยื่นมา ยังไม่เพียงพอที่จะอนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักรได้ ตนต้องขอขอบคุณศาลอาญาที่ไม่อนุญาตตามคำขอของนายทักษิณ เพราะถ้านายทักษิณได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ สังคมอาจคลางแคลงใจ มีข้อสงสัย และวิพากษ์วิจารณ์ว่านายทักษิณออกจากประเทศไทยไปแล้ว จะกลับมาหรือไม่ สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้นายทักษิณหนีครั้งที่ 2 ได้ ดังนั้นการที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศ ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจถูกต้องแล้ว

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เรื่อง ต้องขอขอบคุณแพทยสภาและศาลอาญาที่พิทักษ์ไว้ซึ่งความจริง ความถูกต้อง เป็นหลักของบ้านเมือง ซึ่งต่อจากนี้สังคมต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลของแพทยสภา และจากการที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้คุณทักษิณเดินทางออกนอกประเทศ คุณทักษิณจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป” นายเทพไท กล่าว