เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 68 นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดี เจ้าของเพจ “หมอเจด” ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพว่า “สายกินดิบต้องระวัง 5 โรคถึงตายจากการกินดิบ”

โดยหมอเจด ระบุข้อความว่า “หลายคนเห็นข่าวกินเนื้อวัวดิบแล้วอันตรายจนถึงขั้น “ตาย” ก็เริ่มรู้สึกกลัว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ากินอาหารดิบมันส่งผลมากกว่าที่คิด”

อีกทั้ง 5 โรคอันตรายที่มาจากการกินดิบมีอะไรบ้าง จะได้รู้ทันและหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1. ไข้หูดับ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย “Streptococcus Suis” ที่อยู่ในหมู โดยเฉพาะหมูที่ดิบหรือสุกๆ ดิบๆ โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะ แค่กินหมูกระทะไม่แยกตะเกียบ ก็ติดเชื้อตัวนี้ได้ โดยอาการจะมีไข้สูง ปวดหัว เวียนหัว อาเจียน ถ้าหนักสุดๆ หูหนวกถาวร หรือไม่ก็ไปถึงขั้นช็อกและตายได้เลย ใครที่เป็นสายลาบเลือด ก้อยหมูดิบ ต้องระวังนะครับ ซึ่งการป้องกันก็ง่ายมาก ปรุงหมูให้สุกทั่วถึงไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ลดความเสี่ยงไปได้เยอะแล้ว

2. แบคทีเรียกินเนื้อคน
โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio vulnificus ในอาหารทะเลสด อย่างหอยนางรมดิบ กุ้งดิบโดยอาการจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ถ้าโชคร้าย เชื้อแพร่เข้ากระแสเลือด ทำให้เนื้อเน่า และตายได้ ใครที่ชอบกินซีฟู้ดดิบๆ สดๆ โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ป้องกันดีสุด คือกินต้องมั่นใจว่าซีฟู้ดสดจริง ผ่านการแช่แข็งอย่างถูกวิธี หรือไม่ก็กินสุกไปเลย ปลอดภัยกว่าเยอะ

3. พยาธิใบไม้ตับ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า พยาธิใบไม้ตับ เป็นภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในปลาน้ำจืด โดยเฉพาะพวกปลาดิบ ปลาร้า ปลาจ่อมที่หลายคนชอบกินกัน แม้แต่ในประเทศไทยเอง จังหวัดขอนแก่นก็ได้ฉายาว่าเป็น “เมืองหลวงมะเร็งท่อน้ำดี” เพราะมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุด ซึ่งสาเหตุสำคัญก็มาจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับนี้แหละ แล้วมันน่ากลัวขนาดไหน? ถ้าเราติดพยาธิใบไม้ตับเข้าไป อาการช่วงแรกอาจจะไม่มีอะไรชัดเจน แต่ถ้าเริ่มมากขึ้นก็จะรู้สึกท้องอืด คลื่นไส้ ปวดท้อง และถ้าปล่อยให้พยาธิอาศัยอยู่ในร่างกายนานๆ มันจะทำให้ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็น มะเร็งท่อน้ำดี ที่รักษายากมาก ใครที่เป็นสายกินของแซ่บ อย่างปลาดิบ ปลาร้าจัดๆ ปลาส้มที่หมักไม่นาน ต้องระวังให้ดี วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ เลือกกินปลาที่ปรุงสุกเรียบร้อย ถ้าต้องกินปลาร้า ปลาส้ม ควรเลือกที่มีแหล่งที่มีมาตรฐานนะ

4. ซาลโมเนลล่า
เชื้อแบคทีเรีย Salmonella ที่ชอบอยู่ในเนื้อไก่ดิบ ไข่ดิบ นมดิบ ซึ่งเชื้อตัวนี้ทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ ไข้สูง ถ้ารุนแรงอาจติดเชื้อในเลือดได้ ใครที่ชอบไข่ไก่ดิบต้องระวัง แล้วป้องกันไงดี? ง่ายๆ เลย ปรุงสุกที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสขึ้นไป ล้างมือให้สะอาดก่อนจับอาหาร ส่วนถ้าจะกินไข่ดิบเลือกเป็นไข่ที่ผ่านการพาสเจอไรซ์หรือปรุงสุก

5. แอนแทรกซ์
ใครตามข่าวช่วงนี้ ก็จะได้ยินชื่อโรคนี้บ่อยๆ มันเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis ในเนื้อวัวหรือควาย ความน่ากลัวของมันคือเชื้ออยู่รอดได้นานนับ 10 ปี! เชื้อ Bacillus anthracis มีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนตัวเองเป็นสปอร์ ซึ่งทำให้มันทนมาก ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนหรือเย็น มันก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ สปอร์ของมันสามารถอยู่รอดได้ในดิน น้ำ และแม้กระทั่งบนพื้นผิวต่างๆ ได้เป็น 10 ปีหรือมากกว่านั้น ทำให้แม้สัตว์ที่ตายจากเชื้อนี้ไปนานแล้ว เชื้อก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในดินหรือบนเครื่องมือที่สัมผัสสัตว์นั้น

อีกทั้ง ซึ่งการติดต่อ นอกจากการกินเนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อแล้ว เชื้อนี้ยังสามารถติดผ่านทางผิวหนัง การสูดหายใจ หรือการสัมผัสกับของเหลวจากสัตว์ที่ติดเชื้อได้เหมือนกัน อาการเป็นไง ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียนเป็นเลือด ท้องเสีย เป็นแผลเนื้อตาย สีดำๆ รวมถึงอาจหนักภาวะช็อก หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จะเกิดภาวะติดเชื้อในเลือด (Sepsis) ที่อาจทำให้เสียชีวิตภายในไม่กี่วัน สายเนื้อวัวดิบ เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากนะ

อย่างไรก็ตาม ป้องกันด้วยการเลือกกินเนื้อที่ผ่านการตรวจคุณภาพ หรือไม่ก็กินสุกไปเลย ชัวร์กว่าอาหารดิบที่หลายคนชอบ ไม่ว่าจะเป็นลาบเลือด ก้อยหมูดิบ ปลาร้าดิบ ปลาส้ม ซีฟู้ดสด ไข่ไก่ หรือเนื้อวัวดิบ มีความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค พยาธิหรือแบคทีเรีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตได้ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะครับ หรือกินแต่ถ้าเอาปลอดภัยสุดคือกินแบบสุกนะ

ขอบคุณข้อมูล : หมอเจด