เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ วัดป่าจิตตสามัคคี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานทอดกฐินของเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรี นครนครราชสีมา ทีม ส.ส. ส.จ. ส.ท.พรรคชาติพัฒนา ร่วมกับพี่น้องประชาชนชาวโคราช โดยมียอดกฐิน จำนวน 923,350 บาท

นายสุวัจน์ กล่าวถึง สถานการณ์โควิด-19 ว่าภาพรวมตอนนี้เราฉีดวัคซีนทั่วประเทศแล้วประมาณ 80 ล้านโด๊ส เรามีเป้าหมายไว้ 100 ล้านโด๊ส ซึ่งตอนนี้ฉีดเข็ม 2 เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าฉีดได้ 100 ล้านโด๊ส เมื่อไหร่ประเทศไทยจะมีภูมิคุ้มกันหมู่เรื่องโควิดจะเบาลง ซึ่งตอนนี้เราเริ่มเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ผู้ประกอบการได้เริ่มกลับมาเปิดตัว

“ผมคิดว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องที่เราได้เริ่มเปิดประเทศ แต่ตอนนี้ก็ต้องคอยติดตามดูว่าผลกระทบจากโควิด-19 เป็นอย่างไร ผลกระทบทางเศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ จะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการกัน” สุวัจน์ กล่าว

สำหรับประเด็นพรรคพลังประชารัฐ นัดพรรคร่วมรัฐบาล รับประทานอาหารเพื่อกระชับมิตรวันที่ 26 พ.ย.ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต กทม.นั้นนายสุวัจน์ กล่าวว่า การมาพบกันของพรรคร่วมรัฐบาลจะมีผลดีกับเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะหากรัฐสภาไม่มีเสถียรภาพหรือการประชุมสภามีปัญหาอยู่ จะทำให้การบริหารทำงานไม่ราบรื่น ในวิกฤติบ้านเมืองที่เหลือ 1 ปี เสถียรภาพรัฐบาลมีความสำคัญ ทำให้รัฐบาลไปสู่เป้าหมาย ดังนั้นการที่พรรครัฐบาลจะได้พูดคุยกัน การเจอกันในงานเลี้ยงต่างๆ จะทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลดีขึ้น

“การเมืองสมัยก่อนจะเจอกันบ่อยมาก เพราะเรามีพรรคร่วมหลายพรรค และเรามีประเพณีหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพ เจอกันบ่อย ฉะนั้น เสถียรภาพในการเมืองรุ่นก่อนๆ จะมีความใกล้ชิดกันพอสมควร ไม่ค่อยมีปัญหา ถ้ามีการจัดและเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ว่าเราจะทำอะไรให้บ้านเมือง ประชาชนเดือดร้อนอะไร พวกเราจะมีความร่วมมือกันอย่างไร หรือการสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล เพราะทุกวันของรัฐบาลมีคุณค่ากับประชาชนมาก” นายสุวัจน์ กล่าว.