เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เฟซบุ๊ก ‘ประชาไทย’ รายงานระบุว่า 13 พ.ค. 2568 ประชาไทได้รับแจ้งว่า จอน อึ้งภากรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวประชาไท เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักในวัย 77 ปี

จอน อึ๊งภากรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2490 เป็นบุตรชายคนโตของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และมาร์เกรท อึ๊งภากรณ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Sussex ประเทศอังกฤษ หลังจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จอน อึ๊งภากรณ์ ได้มาเป็นอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์ให้กับนักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ 5 ปี ซึ่งนับเป็นอาจารย์รุ่นใหม่ไฟแรง ที่สนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาอย่างดียิ่ง

ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา 16, 6 ตุลา 19 บรรยากาศในสังคมการเมืองไทยเข้าสู่ช่วงอึมครึมที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ เขาต้องไปอยู่ประเทศอังกฤษกับบิดา ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และในช่วงนั้นเอง ตัวเขา บิดา น้องชาย และคนไทยในอังกฤษกลุ่มหนึ่ง ได้ทำหนังสือ “มิตรไทย” เพื่อเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลต่างๆ ในประเทศไทย ให้กับคนไทยในต่างแดนและประชาคมโลก รวมทั้งให้การติดต่อช่วยเหลือกับนักศึกษาที่หลบหนีภัยการเมือง

หลังจากนั้นชีวิตของเขาได้หวนกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง ในตำแหน่งผู้อำนวยการมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) คนแรก ในสมัยเดียวกับที่ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองผู้อำนวยการ และใช้เวลาใน มอส. เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมทำงานกับชุมชนและชนบทเป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะผันตัวเองมาทำงานในโครงการเข้าถึงเอดส์ (ACCESS) เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ และให้สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อในสังคมไทย เนื่องจากในยุคแรกๆ ที่สังคมไทยเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์เอดส์นั้น ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงาน พนักงานให้บริการทางเพศ ที่ได้รับเชื้อ ถูกประณามและตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา กระทั่งมีความพยายามที่จะละเมิดสิทธิผู้ติดเชื้อด้วยการกักบริเวณ ทำให้จอนและเอ็นจีโอจำนวนมากประท้วงแนวคิดดังกล่าว และยกเรื่องเอดส์กับปัญหาสิทธิมนุษยชน เป็นจุดยืนในการทำงานเรื่อยมา และต่อมาเขาได้ร่วมก่อตั้งและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ในปี 2534-2543

ในปี 2543 จอนเคยได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้เป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ และดำรงตำแหน่งอยู่ถึงปี 2549

ต่อมาในปี 2547 เขาและกลุ่มเพื่อนได้ร่วมกันก่อตั้งหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประชาไท ต่อมายังร่วมก่อตั้งองค์กรภาคประชาสังคมอีกหลายองค์กร เช่น iLaw หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ในปี 2552

“ความคิดเรื่องการทำหนังสือพิมพ์เกิดขึ้นนานแล้ว ถ้าถามว่ามีเหตุการณ์อะไรที่เป็นแรงผลักดันให้สนใจที่จะทำสื่อ เป็นเหตุการณ์ชัดๆคงไม่มี แต่เป็นความรู้สึกจากสถานการณ์ภาพรวมว่าสื่อมวลชนบ้านเราไม่เป็นอิสระ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ บรรยากาศของสื่อมันกลับไปคล้ายยุคเผด็จการทหาร”

ในปี 2548 จอนได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการภาครัฐ ประจำปี 2548 และนำส่วนหนึ่งของรางวัลมาก่อตั้งกองทุนรางวัลสมชาย นีละไพจิตร เพื่ออุทิศแด่การทำงานในสังคมที่นักสิทธิมนุษยชนและสื่อมวลชนเปิดโปงความจริงอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ในปี 2550 จอนเคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการออกกฎหมายโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ตั้งขึ้นมาจากคณะรัฐประหาร คมช. เพราะเห็นว่าการเร่งรีบเกินกว่าเหตุและกฎหมายหลายฉบับที่ได้มีความพยายามผลักดันในเวลานั้น เป็นกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ควรเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมายต่างๆ และทำให้เขาถูกดำเนินคดีตามมาร่วมกับบุคคลอื่นๆ ที่รู้จักกันว่าคือ “คดีปีนสภา”

ขอบคุณ รูปและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ‘ประชาไทย’