วันที่ 14 พ.ค. นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวทางการระดมทุนใหม่ของรัฐบาลผ่านไทยแลนด์ ดิจิทัล โทเคน หรือ จี-โทเคน มองว่าเป็นเครื่องมือหรือเป็นอีกบทบาทหนึ่ง เพื่อใช้ในการระดมทุนของภาครัฐ โดยเรื่องสำคัญ คือ ระบบปลอดภัย มีกฎหมายรองรับ และคุ้มครองประชาชนให้ได้เทียบเคียงกับพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท. ให้ความสำคัญ
ทั้งนี้ หากรัฐบาลดำเนินการจี-โทเคน จะต้องให้ความสำคัญโดยเฉพาะประชาชนในเรื่องความปลอดภัยด้วย ขณะเดียวกัน สิ่งที่ธปท.ต้องการเห็น คือ ลักษณะการใช้เป็นเครื่องมือการระดมทุนนั้น ไม่อยากเห็นการระดมทุนผ่านจี-โทเคนว่าเป็นเรื่องของการนำมาใช้ชำระเงิน เพราะธปท.ไม่อยากเห็นการดำเนินการลักษณะนี้ หรือการใช้จี-โทเคนเป็นเครื่องมือชำระเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท.ให้ความสำคัญมาโดยตลอด
ก่อนหน้านี้ ในงานผู้ว่าการ ธปท. พบสื่อมวลชน หรือ Meet the Press เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า หากพูดถึงนโยบายของรัฐบาลที่มีแผนใช้สเตเบิ้ลคอยน์โดยใช้พันธบัตรรัฐบาลหนุนหลัง ซึ่งเป็นแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต ในเรื่องนี้มองว่า สเตเบิ้ลคอยน์เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หน่วยงานที่กำกับดูแลคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพราะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
ขณะที่ในส่วนของ ธปท. คือถ้าเป็นผู้กำกับดูแลทางสเตเบิ้ลคอยน์ที่นำมาใช้จะต้องเกี่ยวข้องคือเป็นสื่อกลางการชำระเงิน ถ้ามองจากลงทุนสเตเบิ้ลคอยน์จะใช้เป็นหนึ่งทางเลือกการลงทุน แต่ถ้ามาใช้ในการชำระเงิน ธปท.จะกังวลเรื่องความเสี่ยง และต้องดูลักษณะว่า ถ้าเกิดเป็น อี-มันนี่ จะมีความเสี่ยงน้อย อย่างไรก็ตามรูปแบบของสเตเบิ้ลคอยน์ที่จะใช้ยังไม่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างหลัง และไม่ชัดเจน โดยความเหมาะสมต้องมาดูว่าเป็นรูปแบบไหน จะสร้างความเสี่ยงหรือไม่ และต้องดูนวัตกรรมต่างๆ ว่าจะมีประโยชน์ที่ได้คืออะไร มีความเสี่ยงหรือไม่



