ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นที่แท้ทรู นางแบบในตำนาน “เอ อัญชลี” พร้อมดันสุดแขน ลูกสาวคนสวย “น้องไคร่า” สาวน้อยวัยใส 15 ปี สู่เส้นทางเดบิวต์ศิลปิน K-pop ที่กว่าจะมีลุ้นข่าวดี คัมแบ๊กกลับไปเป็นศิลปินฝึกหัดอีกครั้งที่เกาหลีในสัปดาห์นี้ สองแม่ลูกต้องฝ่าดราม่าและคราบน้ำตามีทั้งความสุข และความผิดหวัง ซึ่งน้องไคร่า ได้เล่าจุดเริ่มต้นความฝันของตัวเอง ผ่านรายการโต๊ะหนูแหม่ม
ไคร่า เผยว่า “เริ่มต้นความฝันอยากเป็นไอดอลตั้งแต่ 9 ขวบค่ะ ชอบเต้นๆ เล่นๆ ที่บ้าน และคุณแม่ก็ส่งไปเรียนร้อง เรียนเต้น เพราะชอบดูคลิป Blackpink กับพี่ลียา และก็ชอบตั้งแต่นั้นเลย แรงบันดาลใจให้อยากเป็นไอดอล พี่ลิซ่าค่ะ เหมือนตอนหนูเป็นเด็ก ชอบที่พี่เค้าเป็นคนไทย ก็เลยชอบพี่เค้า พี่เค้าเต้นเก่งก็เลยชอบมากๆ เลย ที่ได้รับการติดต่อมาให้ไปเป็นเทรนนี หนูเริ่มจากเต้นใน TikTok และก็มีไปแข่ง รอบแรกที่เคยไปฝึก 1 ปีก็ทำใจค่ะ (หัวเราะ) ก็มีซ้อม และก็เรียนภาษา เข้าค่ายฝึกตั้งแต่เที่ยง ถึงสี่ทุ่ม มีเรียนภาษาเกาหลี มีเรียนเต้นเรียนร้องเพลง ทุกๆ สิ้นเดือนจะมีการประเมิน จะมีการตัดสินใจว่าคนนี้จะเก็บไว้มั้ย หรือว่าจะเอาออก”

ไคร่า เผยต่อว่า “สำหรับการฝึกกับที่ใหม่ ครั้งนี้เตรียมตัวเรียนร้องเพลงมากขึ้น เตรียมตัวทุกวัน หม่ามี้จะเป็นคนที่ชอบพูดซ้ำค่ะ เตือนซ้ำๆ หนูก็จะบอกว่ารู้แล้ว ในใจหนูคือแบบรู้แล้วต้องทำอะไร แต่หม่ามี้ก็จะบอกแบบนี้เป็นร้อยครั้ง ไปครั้งนี้ก็จะทำให้ดีกว่าเดิม แล้วก็ฝึกให้หนักกว่าเดิมไม่ยอมแพ้ แล้วก็จะอยู่กับตัวเอง ซ้อมให้เยอะจะไม่สนใจอะไรเลย”
เอ อัญชลี เผยว่า “คือเริ่มจากตอนนั้นเล่นกันอยู่ที่บ้าน พี่เป็กน่าจะเปิดคลิป Youtube ให้ดู ตอนนั้นน้องยังไม่รู้จักเลย พอรู้ว่าลูกชอบเราตอนนั้นก็เสิร์ฟเลยค่ะ เสิร์ชหาข้อมูล ว่าเค้าเรียนกันที่ไหน ต้องเริ่มต้นยังไง เริ่มจากให้เรียนบัลเลต์ก่อนเพราะว่าเด็กก็ต้องมีเบสิก เรียนบัลเลต์เสร็จก็มาเรียนแจ๊ส แล้วก็ขยับมาเป็นเคป๊อป ตอนนั้นเอก็ยังไม่รู้ว่าลูกจะเรียนไปเพื่อไปเป็นนักร้อง ก็คิดว่าส่งเสริมให้ลูกมีทักษะรอบตัว (ก่อนหน้านี้ดูเหมือนน้องจะหายไป) คือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้ค่ายค่ายหนึ่ง เอจะต้องลบทุกอย่างหายไป เค้าต้องหายไปเลย ด้วยกฎระเบียบ 1 ปี”
“สมัยก่อนเราคิดว่าทางเกาหลีจะเป็นคนติดต่อมาแต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ ทางค่ายเปิดออดิชั่นตลอด สามารถส่งคลิปไปออดิชั่นได้ แต่ตอนไคร่ามีแมวมองคนเกาหลีเค้ามาดู และเค้าก็นัดเราไปออดิชั่นที่สตูดิโอ ตอนเด็กๆ เราก็แห้วหมดเลย เพราะเรายังจับจุดเค้าไม่ได้
ความยากจากที่เคยเข้าสู่กระบวนการเด็กฝึกเทรนนีของเกาหลี เป็นอะไรที่ลุ้นมาก เราต้องเสี่ยงอยู่ทุกเดือนว่าเราจะได้เก็บกระเป๋ากลับบ้านหรือเปล่า เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไรจะพยายามให้ทำให้ดีได้ทุกเดือน ก็เริ่มฝึกกับโรงเรียนที่เกาหลีก่อน ตอนอายุ 13 ค่ายก็มาดูที่โรงเรียนกว่าจะออดิชั่นผ่าน ก็มาทำเรื่องสัญญาเราก็ทำใจ เอก็ไปส่งที่นั่นเลย อยู่ที่เกาหลี 14 วัน รอส่งเข้าค่ายว่าเป็นยังไง เค้าก็อยู่ได้ รอบนั้นเค้าอยู่เกือบ 1 ปีเลย แล้วครั้งแรกที่ไปอยู่ได้ 9 เดือนค่ะ เราอาจจะไม่ตรงสเปกเค้าตอนนั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของเค้า”



ขอบคุณภาพประกอบจาก โต๊ะหนูแหม่ม, a_unchalee



