สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่าสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียงกระเป๋าใบเล็กของเด็กชายคนหนึ่ง ในห้องที่เต็มไปด้วยนักการเมือง นักการทูตและมหาเศรษฐีระดับโลก กลับกลายมาเป็นประเด็นไวรัลที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ของจีนให้ความสนใจอย่างไม่คาดคิด


กระแสความคลั่งไคล้นี้เกิดขึ้นกับ “กระเป๋าหัวเสือ” สุดน่ารักที่สะพายโดย “ลิล เอ็กซ์” (Lil X) หรือชื่อจริงคือ เอ็กซ์ แอช เอ ทเวลฟ์ (X Æ A-Xii) บุตรชายวัย 6 ขวบ ของนายอีลอน มัสก์ อภิมหาเศรษฐีหมายเลขหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงเทสลา และเอ็กซ์


ลิล เอ็กซ์ เป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนภายในมหาศาลาประชาชน ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างที่หนูน้อยเดินทางร่วมคณะกับบิดา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนภาคธุรกิจชั้นนำของสหรัฐ ที่เข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่มหาศาลาประชาชน


หนูน้อยสวมเสื้อกั๊กผ้าไหมปักลายสไตล์จีนดั้งเดิม และสะพายกระเป๋าคาดลำตัวเป็นรูป “หัวเสือ” ซึ่งโลกโซเชียลมีเดียในจีนพากันสืบหาที่มา จนพบว่ากระเป๋าใบนี้เป็นงานฝีมือของแบรนด์แฟชั่นแฮนด์เมดท้องถิ่นชื่อว่า “YASTEE” ตั้งอยู่ที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน โดยเป็นงานที่ใช้ช่างฝีมือพื้นบ้านและกลุ่มชาติพันธุ์ในการเย็บและปักอย่างประณีต รายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า กระเป๋าแต่ละใบต้องใช้เวลาทำด้วยมือนานหลายวัน


ในวัฒนธรรมและความเชื่อพื้นบ้านของจีน ลวดลาย “หัวเสือ” เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และโชคลาภ มักนิยมให้เด็กเล็กสวมใส่หรือพกพาเพื่อปกป้องคุ้มครองและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ซึ่งดีไซน์ของกระเป๋าใบนี้ได้นำศิลปะพื้นบ้านดังกล่าวมาปรับโฉมให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น


หลังภาพของ ลิล เอ็กซ์ แพร่สะพัดออกไป ยอดขายของกระเป๋ารุ่นนี้ก็พุ่งทะยานขึ้นเป็นสองเท่า และสินค้าในร้านค้าออนไลน์ถูกกวาดซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แม้ราคาขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 338 หยวน ก็ตาม (ราว 1,616 บาท)


นอกจากนี้ กระแสบนโลกออนไลน์ยังร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีผู้ใช้แพลตฟอร์มเอ็กซ์ เข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมลิล เอ็กซ์ และมัสก์เข้ามาพิมพ์ตอบกลับเป็นภาษาจีนว่า “ลูกชายของผมกำลังเรียนภาษาจีนกลางครับ” ยิ่งสร้างความประทับใจและได้ใจจากสาธารณชนชาวจีนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ.

เครดิตภาพ : REUTERS