สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในวันจันทร์ที่ 19 พ.ค.นี้ เพื่อหาทางยุติ “การนองเลือด” ในยูเครน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า จะสนทนากับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพื่อให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง
อนึ่ง ทรัมป์เพิ่งกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ในยูเครน “จะมีความเปลี่ยนแปลงหรือความคืบหน้า” เมื่อเขาและปูตินได้มีโอกาสพบหน้าหารือกันเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า ต้องมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในยูเครน “ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อไม่ให้มีผู้คนล้มตายไปมากกว่านี้”
President Trump: "Nothing is going to happen until Putin and I get together." pic.twitter.com/iKg3SJQmaf
— CSPAN (@cspan) May 15, 2025
ท่าทีดังกล่าวของผู้นำสหรัฐเกิดขึ้น หลังตุรกีเป็นเจ้าภาพการพบหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียกับยูเครน ที่เมืองอิสตันบูล ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบนานกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2565
ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงการเจรจาครั้งนี้ ว่ารัฐบาลมอสโกจะปฏิบัติตาม “สิ่งที่มีการตกลงกัน” นั่นคือการแลกเปลี่ยนเชลยศึกในจำนวนที่เท่ากัน ฝ่ายละ 1,000 คน แล้วเมื่อการแลกเปลี่ยนนักโทษรอบนี้เสร็จสิ้นแล้ว และรัสเซียกับยูเครน “สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้” ค่อยพูดถึงการเจรจาขั้นต่อไป และรวมถึงการที่ผู้นำยูเครน ต้องการหารือแบบพบหน้ากับผู้นำรัสเซีย
ขณะที่นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี อดีตรมว.วัฒนธรรม ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าคณะเจรจาของรัสเซียในครั้งนี้ กล่าวว่า ทั้งรัฐบาลมอสโกและรัฐบาลเคียฟต่างเตรียมนำเสนอ “วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการหยุดยิง” แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เมื่อใด
ส่วนนายรัสเต็ม อูเมรอฟ รมว.กลาโหมยูเครน กล่าวว่า ข้อเสนอส่วนใหญ่ของรัฐบาลมอสโก “ไม่ใช่การหยุดยิงอย่างแท้จริง” อาทิ การกดดันให้ยูเครนต้องเป็นฝ่ายถอนทหารมากกว่า.
เครดิตภาพ : AFP



