เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 68 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการสกัดกั้นลำเลียงยาเสพติด 2 ราย เป็น 578 กิโลกรัม และเคตามีน 529 กิโลกรัม
โดยคดีแรกเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ค. 68 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ภูธรจังหวัดเชียงราย ตรวจยึดยาเสพติดประเภทไอซ์ 578 กิโลกรัม ซุกซ่อนมาในรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อ Mitsubishi XPANDER สีขาว บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย ขณะเข้าตรวจค้น รถกระบะ ISUZU DMAX สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร ได้ขับหลบหนี ต่อมาในวันที่ 14 พ.ค. 68 เวลา 16.00 น. พบรถคันดังกล่าวเสียหลักตกลงร่องน้ำสาธารณะบริเวณบ้านฟาร์ม ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ตรวจพบโทรศัพท์มือถือและเอกสารภายใน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่สอง เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 68 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ภูธรจังหวัดเชียงราย ได้สืบสวนติดตามขบวนการค้ายาเสพติดจากอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย พบการลำเลียงเคตามีน 529 กิโลกรัม โดยรถยนต์ 4 คัน พยายามหลบเลี่ยงด่านตรวจในพื้นที่อำเภอพาน ก่อนเจ้าหน้าที่จะติดตามสกัดจับได้ 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย อีก 1 คัน ตกข้างถนน ส่วนคนขับหลบหนี ต่อมาในวันที่ 18 พ.ค. 68 ช่วงเวลา 01.30-02.20 น. สามารถจับกุมรถนำทางอีก 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย บริเวณ ต.แม่ต๋ำ อ.เมืองพะเยา และในเวลา 18.30 น. พบผู้ต้องหาที่เหลืออีก 1 ราย ซ่อนตัวในกระท่อมสวนลำไย เขตบ้านห้วยตุ้ม อ.พาน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย นายนเรศ อายุ 51 ปี นายมโนทัย อายุ 42 ปี นายราวุธ อายุ 26 ปี นายฤทัย อายุ 40 ปี ทั้ง 4 คนเป็นชาว ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย น.ส.วราลักษมี อายุ 55 ปี ชาว ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลย จ.เลย และนายธีรวิทย์ อายุ 43 ปี ชาวเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การว่า ได้รับจ้างจากนายหน้าชาวเมียนมาให้ลำเลียงยาเสพติดทั้งหมด จาก อ.เชียงแสน ไปยังตอนในของประเทศ โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้รับค่าจ้างครั้งละ 1,000,000 บาท
พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวว่า การสกัดกั้นยาเสพติด เป็นการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนภายใต้หน่วยงาน นบ.ยส.35 ซึ่งปัจจุบันสามารถสกัดกั้นและจับกุมยาเสพติดในปีที่ผ่านมา 50 เท่า ในช่วงก่อนหน้านี้ 3-6 เดือน กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดได้มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง เนื่องจากมีการสกัดกั้นจับกุมได้บ่อยครั้ง จึงไปใช้เส้นทางภาคตะวันออกและตะวันตก อย่างไรก็ตามคาดว่าอีกไม่นานจะมีการกลับมาใช้เส้นทางภาคเหนือ เนื่องจากเส้นทางอื่นมีความเข้มงวด ซึ่งจะได้มีการเพิ่มมาตรการขึ้นมากกว่าเดิม โดยทางเราจะได้มีการเสริมเขี้ยวเล็บ โดยการเพิ่มรถเอกซเรย์เพิ่มอีก 2 คัน จากเดิมมีที่ จ.แพร่ และลำปาง โดยจะนำมาไว้ประจำที่จังหวัดเชียงรายเพิ่ม เพื่อทำให้การสกัดกั้นยาเสพติดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ.



