เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงคดีฮั้วในการเลือกตั้ง สว. ว่า ถ้าพูดถึงคดีฮั้ว สว. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังตกเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ถนนทุกสายที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. จะพุ่งเป้ามาที่พรรคภูมิใจไทย จากกรณีที่ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียก สว.กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่า สว.สายสีน้ำเงิน เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาเป็นลอตๆ รอบแรก 22 คน รอบที่สอง 22 คน และรอบที่สาม 11 คน จนล่าสุดมีการออกหมายเรียกไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยอีก 10 คน ซึ่งเป็นทั้งรัฐมนตรีในปัจจุบัน อดีตรัฐมนตรี นายก อบจ.นครศรีธรรมราช สว. ที่เคยเป็นผู้สมัคร สส. ในนามพรรคภูมิใจไทย และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ สว. ชุดนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น
นายเทพไท ระบุอีกว่า จะเห็นได้ว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงคดีฮั้ว สว. กำลังคืบคลานเข้ามาถึงพรรคภูมิใจไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ จนต้องนำประกาศของพรรคฯ ที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ห้ามไม่ให้ สส. รัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. มาเป็นเกราะป้องกันข้อกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. แต่ถ้าในข้อเท็จจริงมีพยานหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอนำสืบไปถึงพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายต่อไป
นายเทพไท ระบุว่า ขณะเดียวกัน มีนายณฐพร โตประยูร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานครบ ซึ่งนายอนุทินแสดงความเห็นว่าไม่สนใจ ไม่ให้ราคาแล้ว จนล่าสุดนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. ยื่นต่อ กกต. เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทิน และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ จนพรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้องดำเนินคดีนางกุสุมาลวตี ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการฟ้องเพื่อปิดปากทางการเมือง หรือฟ้องเพราะถูกใส่ร้ายจริงๆ กันแน่ ซึ่งเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทยที่จะฟ้องกลับเพื่อปกป้องตัวเอง ขณะที่นางกุสุมาลวตี สามารถนำเอาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงกัน เพราะถ้าเป็นข้อเท็จจริง และมีพยานหลักฐานชัดเจน พรรคภูมิใจไทยอาจถูกยุบพรรคได้ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องไปพิสูจน์ที่ศาล
นายเทพไท ระบุอีกว่า สำหรับปรากฏการณ์คดีฮั้ว สว. ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมีอยู่ 3 ปรากฏการณ์ชัดๆ คือ 1.ประชาชนทั้งประเทศส่วนใหญ่เชื่อว่าการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมามีการฮั้ว บล็อกโหวตกัน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย 2.ดีเอสไอเดินหน้าเจาะหาข้อมูล พยานหลักฐาน ซึ่งมีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร เส้นทางการเงิน สถานที่ ข้อมูลการคุยโทรศัพท์ ยิ่งคุ้ยยิ่งเจอ ยิ่งค้นยิ่งพบ ซึ่งอาจลุกลามไปถึงกับพรรคภูมิใจไทยได้ 3.คดีฮั้ว สว. เป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ฟาดฟันทางการเมือง จนในที่สุดต้องเจรจาสงบศึก ฮั้วประโยชน์ทางการเมืองกันลงตัว ถ้าเป็นกระแสสังคมเชื่อว่า สว.ชุดนี้ได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่โปร่งใส ก็ควรจะยกเลิกทั้งชุดเพื่อเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าฮั้วประโยชน์กันได้ อาจมี สว.กลุ่มหนึ่งประเภทปลาซิวปลาสร้อยสังเวยคดีนี้ เพื่อไม่ให้สังคมกล่าวหาว่า เป็นมวยล้มต้มคนดู



