สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับไม่น้อย หลังจากที่พระเอกหนุ่มชื่อดังจากสังกัดช่อง3 “ภณ ณวัสน์” ได้ควงแขน “คุกกี้ ญดา” มาร่วมงานนาฏราชครั้งที่16 ทำเอาทั้งสองโดนแซวทั้งทางระหว่างเดินพรมแดง จนเขินหน้าแดงแทบเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียว

ล่าสุดในงานบวงสรวงละครเรื่อง “นับ8” ค่ายทีวีซีน ที่ช่อง 3 หนองแขม หนุ่มภณได้เล่าโมเมนต์ดังกล่าว ซึ่งเป็นงานแรกของตนและหวานใจที่ได้เดินคู่กันอย่างเป็นทางการ โดย ภณ เผยว่า

“ล่าสุดในงานนาฏราชเป็นงานคู่กันจริงๆ ครั้งแรก  คืองานนั้นเลยเดินพรมแดงเลย ถามว่าเป็นยังไงบ้าง เอาตรงๆ นะ ผมไม่ชินคือไม่ชินเลย เพราะปกติ ถ้าไปตามงานวิ่งแล้วเดินคู่กันอย่างนี้โอเคมันเป็นปกติ แต่พองานนั้นผมใส่สูทอย่างเป็นทางการ แล้วมีคนเยอะขนาดนั้น

มันเขินนะ อย่างที่ทุกคนเห็นภาพก็คงรู้อยู่แล้วว่าเขิน เพราะเราทำตัวไม่ค่อยถูก ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ คือทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะทำยังไง ก็เป็นตามภาพที่ออกเลยเป็นฟิวนั้น คือเราก็ไม่มีการซ้อมมาด้วย แล้วคิดว่าเดินพรมแดงแหละ แค่เดินเข้าไป แต่พอจริงๆคือคนเยอะ ตามภาพเลยคนเขินทำตัวไม่ค่อยถูก

ส่วนคุกกี้เขาเขินมากกว่า ตอนที่ผมยื่นมือไป อันนั้นไม่ได้จับมือนะ คือผมเรียกให้เขากลับมาถ่ายรูป คือเขาจะเดินอย่างเดียวเลย ถามว่าได้คุยกันไหมมาออกงานด้วยกัน จริงๆ ไม่ต้องคุยเลยครับ คือทุกคนทราบอยู่แล้ว พอให้ออกงาน พอรู้ว่าทำงานร่วมกันก็ยินดีครับ อย่างพระเอกช่องสามรักกับนางเอกช่องวันก็เป็นมิติใหม่ดี ซึ่งผมชอบที่เขาเขียนนะ ผมก็อ่านอยู่ มันมีอยู่คลิปนึงซึ่งผมก็นั่งดูคลิปตัวเองอยู่ คืออยากรู้ว่าฟีดแบ็กเป็นยังไงด้วย และดูว่าเราทำท่าทียังไงเวลาออกงาน คือมันก็เก้ๆ กังๆ จริงๆ คือไม่รู้ว่าจะทำยังไง คือไม่ต้องซ้อมหรอก หมายถึงว่าถ้าออกงานบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงชิน 

สำหรับงานคู่จริงๆก็มีบ้าง ก็มีรายการบ้าง ก็เริ่มมีเข้ามา ก็ยินดีครับ เดี๋ยวจะเห็นได้ออกรายการด้วยกัน อาจจะเป็นแนวตีกันก็ได้ใครจะไปรู้ต้องรอดู ส่วนชาวเน็ตที่บอกว่าผมคลั่งรัก คือผมปกติ ใช้ชีวิตเป็นปกติอยู่แล้ว คือผมไม่รู้ว่าคลั่งรักมันคือยังไง คำนิยามของมัน คืออะไร ถามว่าชินหรือยังที่โดนแซวเยอะ ก็ยังไม่ค่อยชินอยู่ดีครับ ยังเขินอยู่นิดนึง ส่วนการออกกำลังกายคู่กันก็เรื่อยๆ อยู่แล้ว พยายามซ้อมกัน ถ้าฟูลมาราธอนคาดว่าจะเป็นปีหน้าปลายปี ส่วนปลายปีนี้ก็จะมีวิ่งแบบ 10 กิโล 20 กิโล แต่ว่าฟูลมาราธอนคือมันซ้อมหนักมาก ก็ขอเป็นปีหน้าเลย แต่ฟูลมาราธอนจะไม่ขอเป็นเมืองไทยเพราะว่าร้อน ก็อยากไปวิ่งให้มันเย็นๆสบายๆ ก็เฮลตี้ทั้งคู่ออกกำลังกาย ถามว่าเป็นวิธีกระชับรักของคู่เราไหม คือมันไลฟ์สไตล์เดียวกัน คือบางคนไลฟ์สไตล์ต่างกันก็เจอกันค่อนข้างยาก แต่ทีนี้พอไลฟ์สไตล์เดียวกันก็เลยเจอกันค่อนข้างบ่อย ส่วนคู่เราและสไตล์ต่างกันแค่บางมุมไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นพวกกินแต่พอหลังๆ ผมเริ่มกินของหวานเพิ่มขึ้นและ คือกินตามเขา เขาชอบกินก็กินด้วย แต่ผมไม่ได้กินแบบปล่อยนะ

คือเวลาไปวิ่งเวลาเหนื่อยมันต้องดูแลกัน ถามว่าช่วยให้ความรักของเราให้แน่นแฟ้นมากขึ้นไหม  ก็คงช่วยแหละครับ คือเราก็ตกลงกันแล้วว่า ถ้าสมมุติตอนเช้าที่สนามใครงอแงอีกคนนึงต้องเป็นเป็นหลักให้ สมมุติผมงอแงเขาก็ต้องเป็นหลักให้ต้องคอยดันว่าต้องซ้อม คือส่วนมากผมจะเป็นคนงอแง ผมขี้เกียจซ้อมเพราะว่ามันเหนื่อย แต่เขาก็ไม่ดุ ดุเป็นฟิวน่ารักก็โอเคแล้ว คือไม่ได้อ้อนนะเหมือนแบบว่าผลักในความน่ารัก คือเขาทำอะไรก็น่ารักครับผม ส่วนคำเรียกแทนกันกับแฟน คือผมเรียกสรรพนามนี้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกและทุกวันนี้ก็ยังเรียกอยู่คือ “ เธอ” กับ “เรา” คือช่วงแรกผมก็เรียกแบบนี้ แต่คำว่าเธอมันจะมีหลายคีย์ แล้วแต่ช่วงเวลา”