สำหรับภารกิจของ “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ที่เมืองมอนติคาร์โล ราชรัฐโมนาโก นายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ได้ร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ สูตร 1 ฟอร์มูล่าวัน (F1) ซึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักตัวหนึ่งของไทย คือการท่องเที่ยว หนึ่งในแผนงานคือการดึงอีเวนต์ระดับโลกเข้ามาจัดที่ประเทศไทย การแข่งขัน Formula1 คือหนึ่งในนั้น F1 มีผู้ชมมหาศาลกว่า 600 ล้านคนต่อฤดูกาล เป็นอุตสาหกรรมกีฬาที่มีผู้ร่วมหลากหลาย ตั้งแต่ทีมวิศวะ ทีมช่าง ทีมนักกีฬา แบรนด์รถ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่โอบรอบ F1 เช่น แฟชั่น

การจัด F1 ในไทย สิ่งที่จะเกิดตามมาคือการลงทุนครั้งใหญ่ และการปรับโครงสร้างพื้นฐานในบ้านเรา ตั้งแต่การปรับปรุงถนนให้รองรับการแข่งขัน สร้างอัฒจันทร์-แพดด็อก, การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้าน Electronic & Digital และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดการจ้างงานจำนวนมาก ทั้งการจ้างงานแบบชั่วคราวและจ้างงานเต็มเวลา ที่จะมาทำงานในอุตสาหกรรม Motorsport นี่คือการยกระดับแรงงานครั้งใหญ่ไปพร้อมๆ กับทีมระดับโลกอย่าง F1

“ทั้งหมดนี้คือโอกาสที่อาจเกิดในไทย ที่สนามแข่งขันโมนาโกกรังด์ปรีซ์ ได้มีโอกาสหารือกับคุณ Stefano Domenicali ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Formula One Group ถึงความคืบหน้าเรื่องความเป็นไปได้ที่ไทยได้ลิขสิทธิ์ เรื่องสนามแข่ง การทำการประชาสัมพันธ์ รวมถึงกระบวนการอื่นๆ ของการทำงานร่วมกันระหว่าง F1 และทีมไทยแลนด์ และได้อัปเดตถึงการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย ที่กำลังดำเนินการรวมถึงศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด และโอกาสใหม่ๆ ที่จะเป็นไปได้ในการจัด F1 ในไทย ได้เจอกับคุณอเล็กซ์ (อเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์) และคุณเติ้น (ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์) นักขับชาวไทย ทั้งสองฝากยืนยันถึงพี่น้องชาวไทยว่า พร้อมกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลักดัน ทำให้คนไทยรู้จักกีฬานี้มากขึ้น สร้างบรรยากาศแห่งการกีฬา และร่วมสร้างนักขับชาวไทยรุ่นใหม่ๆ เข้าสู่วงการ F1”

สำหรับกรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 10,028 ล้านบาท มีความเห็นทั้งถูกต้องแล้วและไม่สมควร อาทิ “อดีตรัฐมนตรีแมว”วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เห็นว่า จะใช้คำว่าโครงการขาดทุนไม่ได้ เห็นได้ชัดว่า จากรายงานทางการเงินของทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ไม่เคยมีรายงานการปิดบัญชี ว่ามีการขาดทุนเกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าว หรือในระบบงบประมาณของประเทศไทย การดำเนินการเอาผิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการใช้คำสั่งตามมาตรา 44 เข้ามาดำเนินการ ทำให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายในสายตาของนานาประเทศ
“การเอาสิ่งที่ไม่ใช่บรรทัดฐานสากลมาบังคับใช้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายได้ โครงการจำนำข้าวมีโอกาสที่จะมีกำไรด้วย เพราะตัวเลขปิดบัญชีระหว่างปี เป็นแค่ตัวเลขในขณะหนึ่งเท่านั้น การชี้แจงในกระบวนการว่ามีผลติดลบ เป็นแค่ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น และมีเหตุเกิดขึ้นในระหว่างรอยต่อการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งขณะนั้นมีการปิดโกดังข้าว จนทำให้ข้าวเสื่อมราคา แม้ช่วงนั้นจะมีผู้ต้องการซื้อข้าวในราคาที่สูง แต่ก็ไม่สามารถซื้อได้ แต่กลับถูกขายออกไปในราคาที่ต่ำเหมือนกับข้าวหมดสภาพแล้ว”

นายวรวัจน์ กล่าวว่า นี่คือปัญหาเชิงการเมืองที่จะพยายามเอาผิดมากกว่าปัญหาในทางปฏิบัติจริง การดำเนินการตามหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่แท้จริง ต้องไม่เอาเหตุผลทางการเมืองในช่วงการรัฐประหารมามีส่วนในการตัดสินใจ มิฉะนั้น ต่อไปในอนาคตจะไม่มีใครกล้าตัดสินใจทำนโยบายดีๆ เพราะทุกคนจะมัวเกรงว่า หากคิดทำนโยบายอะไรไปแล้ว ถึงแม้จะดีอย่างไร ก็อาจจะถูกนำกลับมาเล่นงานเชิงการเมืองได้อีกในภายหลัง ถามกับ ChatGPT ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้มีอคติทางการเมือง และไม่ได้เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บทวิเคราะห์ยังออกมาในลักษณะเดียวกันนี้
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล ว่า สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้เหมือนตุลาการภิวัตน์กำลังทำงานเหมือนช่วง 10-20 ปี ที่ผ่านมาหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า สังคมทั่วไปก็มองกันอย่างนั้น คดีในยุครัฐประหารที่ไม่มีผู้ถูกลงโทษ เช่น กรณีเหมืองทองอัครา เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ทุกคนมองเห็นได้อยู่แล้ว ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนก็เห็น ประเทศไหนไม่มีความยุติธรรม ความสงบสุขไม่ค่อยเกิด

แต่ขณะนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ เมืองไทยซ้ำร้ายเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด เราต้องไปโฟกัสเรื่องงบประมาณให้ผ่านก่อน เรื่องอื่นไม่ได้คิด ถ้างบประมาณผ่านถึงจะได้ไปไว ปีที่ผ่านมามีปัญหาส่วนหนึ่งคือ งบประมาณค่อนข้างช้า ตอนนี้หลายโครงการอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านมา 1 ปี เม็ดเงินก็ยังไม่ออก เศรษฐกิจชะลอตัวหลายอย่าง ค่าเงินบาทที่แข็งตัว เราขายพืชผลทางการเกษตรได้ยากมาก ไม่ใช่พอฝั่งหนึ่งโดนฝั่งหนึ่งไม่โดน แล้วก็เอนไปตามนั้น ต้องมองเรื่องความเป็นธรรม ความยุติธรรม ต้องดูดีๆ
“เรื่องแจกเงิน 10,000 ประชาชน เป็นการชะลอแจก นำเงินไปใช้ด้านอื่น ตอนนี้ทุกจังหวัดที่มีโครงการค้างไว้ ก็ไปทำโครงการนั้นก่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องตัดสินใจไว เม็ดเงินออกไปจะมีการจ้างงานเกิดขึ้น ทั้งเรื่องน้ำ เรื่องถนน”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี และอดีต สส.พิษณุโลก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 10,028 ล้านบาท กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าสินไหม (ค่าเสียหาย) 10,028 ล้านบาท ศาลเห็นว่าการระบายข้าวแบบจีทูจี เป็นการร่วมกันทุจริต ขายข้าวสารราคาถูก ขณะที่ข้าวสารตลาดราคาสูงเพื่อเลี่ยงการประมูล มีสัญญาทั้งสิ้น 4 ฉบับ นำไปสู่ค่าเสียหาย 20,057 ล้านบาท แต่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับผิดชอบ 50% คือ 10,028 ล้านบาท ศาลให้ชดใช้เรื่องที่มีการทุจริต
“สิ่งที่ทนายความและรัฐมนตรีพูดว่าจะเอาข้าวที่เหลือไปขาย และมาใช้หนี้แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ พวกคุณต้องรู้ว่า โครงการรับจำนำข้าวใช้เงินซื้อข้าวเปลือก 878,000 ล้านบาท เงินพวกนี้เป็นเงินกู้ และต้องใช้ภาษีประชาชนมาจ่าย ข้าวสารที่ขายได้ ต้องนำมาชดใช้เงินที่ลงทุนไปซื้อข้าวเปลือกนี้ ส่วนที่โกงจีทูจี ก็ต้องร่วมกันชดใช้กันเอง ถ้าคิดว่าจำนำข้าวได้ประโยชน์ต่อประเทศจริง ให้รัฐบาล น.ส.แพทองธาร เริ่มทำได้เลย ไม่ใช่ปล่อยให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำขนาดนี้”
“ทีมข่าวการเมือง”



