เมื่อวันที่ 26 พ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ในฐานะที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นเจ้าภาพการประชุมว่า ตนได้ย้ำภารกิจของ ศธ.ด้านต่างๆ ว่ามีการดำเนินการอะไรบ้าง โดยเฉพาะนโยบายเรียนดีมีความสุขไม่ว่าจะเป็นโครงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิ้นครู โครงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โครงการ Thailand Zero Dropout แก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา ซึ่งทุกโครงการและทุกนโยบายด้านต่างๆ ในมิติการศึกษาจะต้องมีการทำงานเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง ดังนั้นตนจึงฝากคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวงได้ช่วยกันผลักดันการแก้ไขปัญหาการศึกษาร่วมกัน เพื่อสร้างเครือข่ายการศึกษาจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน เพราะจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างครบทุกมิติ ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวตนยังได้ฝากเรื่องการใช้ระบบ E-meeting ในการประชุมวาระต่างๆ เนื่องจากขณะนี้ ศธ.ได้ใช้ระบบการประชุมแบบ E-meeting แล้วจึงอยากฝากคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีได้ใช้งานระบบดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเป็นการรองรับการประชุมในยุคดิจิทัล
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนได้ยังฝากคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของทุกกระทรวงที่ได้ช่วยเหลือทุกโครงการของกระทรวงมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาเด็กทุพโภชนาการก็ได้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้ามาช่วยเติมเต็มระบบโภชนาการของโรงเรียนให้ เป็นต้น ขณะที่โครงการ Thailand Zero Dropout แก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา ได้ฝากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในการติดตามเด็กที่หลุดระบบการศึกษาหลังเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ทุกสถานศึกษาจะสำรวจข้อมูลเด็กที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา จากนั้นทางสถานศึกษาจะแจ้งไปยังฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้ตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เนื่องจากที่ผ่านมาการติดตามเด็กกลับมาเรียนเป็นหน้าที่ครูจึงทำให้ครูขาดเวลาในการเรียนการสอน ดังนั้นตนเชื่อว่าในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ข้อมูลระบบนักเรียนของสถานศึกษาทุกแห่งจะพบเด็กหลุดระบบการศึกษาน้อยลงอย่างแน่นอน



