นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ยกระดับสมุนไพรไทยสู่พืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร การสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ “สมุนไพรไทย” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากเดิมที่เป็นเพียงภูมิปัญญาพื้นบ้าน วันนี้สมุนไพรไทยกำลังก้าวสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพรรวมกว่า 94,890 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก 86,908 ครัวเรือน ผลิตผลรวมกว่า 137.76 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,265 ล้านบาท ขณะที่พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) มีการปลูกสมุนไพรราว 2,400 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกรมากกว่า 1,000 ครัวเรือน และยังมีศักยภาพในการขยายพื้นที่การผลิตได้อีกมาก คาดว่า ตลาดค้าปลีกสินค้าสมุนไพรของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีมูลค่าสูงถึง 1,377.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2563-2572 จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.5 ต่อปี สะท้อนโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐ สถาบันด้านการแพทย์แผนไทย และภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป การพัฒนามาตรฐานสินค้า ตลอดจนช่องทางการตลาดอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับจากผู้ผลิตวัตถุดิบสู่ผู้ประกอบการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก. ครอบคลุม 51 จังหวัด พร้อมผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานกว่า 150 รายการ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วมากกว่า 50 รายการ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสมุนไพรโลก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว



