เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่ สวนเบญจกิติ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร  ทีมบริหารกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีปราศรัยใหญ่ “เติมกรุงเทพให้เต็ม 10” เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต ว่า ที่ผ่านมาเวลาเราเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็จะจดจ้องว่าผู้ว่าฯ คือใคร แต่ไม่เคยโฟกัส สก. เลย ซึ่งการโฟกัสไปที่ผู้ว่าฯ ก็ไม่ผิด เพราะผู้ว่าฯ มีหน้าที่เสนอนโยบายและของบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน มาจ่ายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ทั้งทำอุโมงค์ระบายน้ำ ทำท่อระบายน้ำ ถนนหนทาง ไฟส่องสว่าง หรือสร้างโรงพยาบาล

นายวิโรจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามพูดแบบบ้านๆ สก.โคตรสำคัญ เพราะต่อให้ผู้ว่าฯ อยากจะทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ แต่จะเปิดเก๊ะเอาเงินไปไม่ได้ ผู้ว่าฯ จะต้องเสนอขอจากสภา กทม. ทั้ง 50 คน ถ้ามีบางกลุ่มบางก้อนไปสมคบคิดกันตัดงบฯ แบบมีวาระซ่อนเร้น ไม่มีเหตุ ไม่มีผล แต่คิดว่าจะเอามาได้ 5,000 ล้านบาท เพื่อไปคุยกับผู้รับเหมาข่ายของตัวเองมาทำ TOR ล็อกสเปก รับโครงการจาก กทม. แล้วจ่ายเป็นเงินทอนกลับมาที่ สก. และข้าราชการที่ไม่ดี ที่ยอมเป็นมือเป็นไม้ให้กับสก.คนนั้น ที่ผ่านมา ถ้าถามผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ท่านก็ไม่อยากตอบ เพราะท่านไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ไม่มีผู้ว่าฯ คนไหนอยากเจออะไรแบบนี้ ถ้าผู้ว่าฯ ไม่อยากจะเจรจา ก็ถูกตัดงบโชว์อีก เช่น เซ็นเซอร์แผ่นดินไหว 9 ล้านบาท เรียกว่าเป็นการยิงตัวประกันโชว์ผู้ว่าฯ สุดท้ายต้องยอมแบ่งกันคนละครึ่ง 2.5 พันล้านให้ สก. 2.5 พันล้านบาท ให้ผู้ว่าฯ เอาไปใช้ทำโครงการ ทั้งนี้ คนซวยคือคนเซ็น คือผู้ว่าฯ คนติดคุกคือข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย ส่วนคนที่ลอยนวลคือสก.พวกนี้ แล้วเลือกตั้งชนะด้วยการแจกเงินซื้อเสียงมาหลายสมัย ทั้งนี้ตนไม่ได้เหมารวมทุกคน แต่พูดถึงสก.กลุ่มนี้

“เวลาผมเห็นป้ายคนพวกนี้ว่าอิสระ ก็ไม่เคยเห็นอิสระต่อผู้รับเหมาเลย แต่เป็นอิสระกับประชาชน เพราะไม่เคยเอาโครงการที่ประชาชนต้องการเสนอต่อผู้ว่าฯ เลย ถือว่าอิสระจากผู้ว่าฯ ด้วย เอาเหตุเอาผลมาคุย เอาโครงการที่เป็นประโยชน์มัน ดีก็ไม่สนอะไร ตั้งใจจะตัดงบก็ตัดเลย ดังนั้นถือว่าอิสระจากผู้ว่าฯ อิสระจากเหตุผล อิสระจากความต้องการของประชาชน อิสระจากปัญหา และความเดือดร้อนของประชาชน แต่แนบแน่นกับผู้รับเหมาปานพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน หลายคนอย่าให้ผมต้องพูด ผู้รับเหมาไปนั่งในห้องสก. ด้วยซ้ำ นั่งกินข้าวกันด้วยซ้ำ นี่หรือคืออิสระ แต่จะว่าไปก็อิสระจริงๆ คืออิสระจากความเดือดร้อนของประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสก. หากินเหล่านี้ต้องสงสัยอยู่ในเขตไหนบ้าง เราก็ต้องรู้พฤติกรรมคนพวกนี้ว่า เป็นนักปั้นโครงการ และกินเงินทอนจากโครงการ ดังนั้นเขตไหน ทั้ง 50 เขตไปเอกซเรย์เลย ถ้าเจอไซต์ก่อสร้างโครงการ กทม. ทิ้งงานเยอะๆ แต่ไม่ใช่การทิ้งโครงการเดียวแล้วไปเพ่งโทษเขา แต่ถ้าเจอแบบ นั่นก็ทิ้ง นี่ก็ทิ้ง หรือเจอผู้รับเหมาไม่มาแล้ว อยู่ดีๆ วันจันทร์ถึงศุกร์มีผู้รับเหมา 1-2 คน เคาะป๊อกแป๊กๆ ให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าสก.กลุ่มนี้คือสก.หากินกับเงินทอน แล้วจะเลือกเขาต่อไปหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของชาว กทม. ในเขตในแขวงนั้น ซึ่งผลกระทบ คือความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะนานเป็นปีๆ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อาจเกิดขึ้นหน้าบ้านของทุกคน ที่ท่านวัดได้ด้วยตัวเอง

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า สก. เหมือนคนคุมบัญชีที่คอยเปิดเก๊ะ คุยกับผู้ว่าฯ โครงการนี้มีงบฯ เท่าไหร่ เหมาะสมหรือไม่ แล้วนำเงินนั้นให้กับผู้ว่าฯ อย่างเหมาะสม แล้วคอยติดตามผู้ว่าฯ ว่าโครงการที่ได้ไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้นเสร็จแล้วหรือยัง ซึ่งตนคิดว่าผู้ว่าฯ ทุกคนต้องการทำงานกับสก. แบบนี้ สก.ที่เข้าใจนโยบาย สก.ที่มองตากันก็รู้ใจ สก.ที่รู้จักหน้าที่และมีเหตุมีผล ดังนั้นเพื่อให้กรุงเทพฯ พัฒนาได้แบบเต็ม 10 เคลื่อนนโยบายที่คิดคำนวณนโยบายที่เหมาะสมเอาไว้แล้ว ที่พร้อมกลั่นกรองดูงบฯ อย่างละเอียด โครงการไหนจำเป็น ให้งบฯ อย่างเต็มที่ โครงการไหนที่ถูกลงได้ มีข้อเสนอที่ดีกว่า ก็ตัดลดด้วยเหตุด้วยผล

“นี่คือเหตุผลที่วันที่ 28 มิ.ย.นี้ เลือกผู้ว่าฯ สีส้ม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และสก.ของเรา ทั้ง 50 คน 50 เขต พอกันทีสก.อิสระจากประชาชน เราต้องการสก.ที่แนบแน่นกับประชาชน อยู่คู่กับสุขและทุกข์ และเป็นเหตุเป็นผลในการดูแลเงินภาษีของเรา” นายวิโรจน์ กล่าว.