สถาบันต่าง ๆ ในประเทศไทย ต่างลดตัวเลขการพยากรณ์ GDP ปีนี้เหลือแค่ 1% กว่า ๆ หรือต่ำกว่า 1%
พยากรณ์ว่า ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก SME จะเดือดร้อนอย่างหนัก ถ้าไม่มีมาตรการใหม่ ที่สร้างความสามารถในการแข่งขันแบบ Short Win ออกมาแบบเร่งด่วน

วงการ SME ไทยบอกว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลเหมือน ๆ กัน แต่ก็ไม่รู้จะปรับตัวอย่างไร ภาครัฐก็ไม่นำ ยังนิ่งเฉยไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ แถมแว่วว่าจะรีดภาษีเพิ่มอีก ทุกหน่วยงานต่างเอาตัวรอดไปวัน ๆ “ไม่รู้ร้อน รู้หนาว” เหมือน “ทฤษฎีกบต้ม”
ทางสถาบัน SMI สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่รอช้าต้องรีบช่วย SME ไทยให้ปรับตัวสู้วิกฤตินี้ จากปัญหา SME ที่คุยกันมายาวนานว่าถ้าไทยเรายังทำหน้าที่แค่ รับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ที่เขามาหาโรงงานผลิตในไทยเพราะค่าแรงต่ำ เราคงจะไปไม่รอด เพราะเราได้กำไรต่ำมาก มีความเสี่ยงสูง กำไรส่วนใหญ่ไปอยู่ที่เจ้าของแบรนด์ เราจึงต้องรีบพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ต้องใส่ดีไซน์เข้าไป (ODM) ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ต้องสร้างตลาดไทยทำไทยใช้ และที่สำคัญ ต้องสร้างแบรนด์ของตัวเอง (OBM) ให้โด่งดังไปทั่วโลก

การติดอาวุธให้ SME จากการเป็นผู้ผลิต ให้กลายเป็นผู้ขายที่ชำนาญในตลาดต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ออกแบบเอง และมีแบรนด์เป็นของตัวเองนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย
โครงการหลักสูตร FTI Go Global 2 นี้ไม่ธรรมดา เริ่มที่ความร่วมมือแบบบูรณาการ มีการติดอาวุธทางวิชาการจาก CBS คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ส่งอาจารย์รุ่นใหม่ไฟแรง มีงานวิชาการในระดับนานาชาติมาช่วยสอนทฤษฎีการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสาร การบริหารจัดการ และการพัฒนาแบรนด์สู่สากล พอรู้เรื่องทฤษฎีแล้ว สภาอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คัดนักธุรกิจชื่อดังที่มีประสบการณ์จริงมาช่วยเป็น Mentor ว่าสนามรบจริงจะต้องเจออะไรบ้าง หนักแค่ไหนจะเตรียมตัวอย่างไร รวมถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ที่มีความสำคัญเช่น “ความยั่งยืน” ทั่วโลกเขามีข้อกำหนดที่ต้องทำมาตรฐานอะไรบ้าง ทั้งยังมีอดีตทูตการค้า ที่มีความชำนาญในประเทศต่าง ๆ ทั้งในอาเซียน ในตะวันออกกลาง ในประเทศ EU จีน และสหรัฐอเมริกา มาให้ข้อมูลเจาะลึกว่าจะเข้าประเทศต่าง ๆ ประตูไหน มีกฎระเบียบอย่างไร ใครเป็นคู่แข่ง มีช่องทางอะไรพอที่จะเจาะเข้าไปได้

หลักสูตรนี้ รวมหัวกะทิของประเทศ ทั้งนักวิชาการ และนักปฏิบัติ มีทั้งผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน และภาครัฐที่มีประสบการณ์ยาวนาน และที่สำคัญ มีสถาบันการเงิน คือ ธนาคารกสิกรไทย มาให้คำแนะนำเครื่องมือทางการเงิน เพื่อการค้าระหว่างประเทศอีกด้วยพอติดอาวุธกันครบเครื่องแล้ว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะพาผู้ประกอบการดาวรุ่งเหล่านี้ไปออกงาน Trade Fair & Exhibition ระดับโลกอีกด้วย
ตอนนี้เอกชนที่เป็นทัพหน้าต้องรีบเอาตัวรอด จะรอให้หายนะมาเยือนคงไม่ได้ ลุกขึ้นมาทำ Pilot Project ดี ๆ แบบนี้ ที่มีหน่วยงานภาครัฐสนับสนุน แต่ยังเป็นเพียงโครงการขนาดเล็กที่ต้องการการขยายผล และมีนโยบายรัฐนำ

ฝันไปว่า ผู้นำภาครัฐ จะสนับสนุนต่อยอดโครงการดี ๆ แบบนี้ ที่สร้างความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของประเทศ สร้าง New S Curve สู้กับนานาชาติ พลิกวิกฤติสู่โอกาส และถึงเวลาที่จะต้องดึงคนเก่ง ๆ ดี ๆ ของไทย ทั้งที่ยังอยู่ในวัยทำงาน และที่เกษียณไปแล้ว ให้กลับมาช่วยชาติ บูรณาการทำงานข้ามกระทรวง ข้ามพรรค ข้ามความขัดแย้ง และข้ามผลประโยชน์ส่วนตน สร้าง “Made in Thailand Team” ช่วยพัฒนาตลาดสินค้าที่ไทยทำ ไทยใช้ และแข่งขันได้ในตลาดโลก “Make Thailand Great Again” ฟังดูคุ้น ๆ ไหมครับ
หวังว่าฝันนี้จะเป็นจริง.



