สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงการที่ภาคธุรกิจในประเทศเรียกร้องให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการ “จำกัด” การดำเนินงานของบริษัทจากตะวันตก ที่เข้ามาตั้งสำนักงานหรือลงทุนในรัสเซีย ว่ารัฐบาลมอสโก “จะเพิ่มแรงกดดันกับอีกฝ่ายบ้าง”
ปูตินยืนยันว่า รัสเซียไม่เคยขับไล่บริษัทของตะวันตกแห่งใดให้ต้องปิดตัว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลมอสโกพยายามมอบ “เงื่อนไขดีที่สุด” แต่ในทางกลับกัน บริษัทเหล่านั้นกลับเป็นฝ่ายกดดันรัฐบาลรัสเซีย และชาวรัสเซีย
ทั้งนี้ บริษัทของตะวันตกโดยเฉพาะจากสหรัฐ ปรับลดขนาดการทำธุรกิจในรัสเซียลงอย่างมาก นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อปี 2565 ซึ่งนำไปสู่การที่กลุ่มประเทศตะวันตกออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่และต่อเนื่องกับรัสเซีย
Putin threatens to ‘throttle’ Western firms remaining in Russia https://t.co/PhgJvEtCjL
— The Straits Times (@straits_times) May 26, 2025
ด้านรัฐบาลมอสโกแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดในกฎระเบียบการถอนตัวของบริษัทต่างชาติ ที่เป็นการกดดันให้ธุรกิจเหล่านั้นต้องขายสินทรัพย์ในราคาถูกมาก หากต้องการถอนตัวออกจากรัสเซีย
แม้รายงานหลายกระแสระบุว่า บริษัทหลายแห่งของสหรัฐกำลังพิจารณากลับเข้าสู่ตลาดในรัสเซีย ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเจรจาสันติภาพในยูเครน
อย่างไรก็ตาม นายคีริลล์ ดมิทริเยฟ ผู้อำนวยการกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย และผู้แทนพิเศษด้านการเจรจาเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า การถอนตัวของบริษัทสหรัฐบางแห่ง อาทิ แมคโดนัลด์ ทำให้ชาวรัสเซียต้องประสบกับความยากลำบาก แล้วหากแมคโดนัลด์ต้องการกลับมา รัสเซีย “ควรปูพรมแดงต้อนรับหรือไม่”.
เครดิตภาพ : AFP



