เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 27 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือได้รับแจ้งเหตุบ้านถล่ม จึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยใกล้เคียง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยเหลือทันที

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการรื้อถอน เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้บาดเจ็บ 4 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมด โดย 2 รายแรกได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อีก 1 รายถูกซากปรักหักพังทับครึ่งตัว และอีก 1 รายถูกทับอยู่ใต้ซากอาคารจนมองไม่เห็นตัว

เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 3 รายแรก และนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ส่วนคนงานที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามตะโกนพูดคุยเพื่อระบุตำแหน่ง ก่อนจะใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและเครื่องมือต่างๆ ขุด ตัด และยกแผ่นปูนออก ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายและชาวบ้านที่มารอดูเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาได้สำเร็จและนำส่งโรงพยาบาลได้ในที่สุด โดยล่าสุดเมื่อเวลา 10.50 น. มีรายงานว่าคนงานที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารปลอดภัยแล้ว

หัวหน้าคนงานให้ข้อมูลว่า บ้านหลังนี้อยู่ในขั้นตอนการรื้อถอน แต่ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการถล่มในครั้งนี้

นายคมสัน บุญมีรักษ์ อายุ 31 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 8 โมงกว่าๆ ตนได้ยินเสียงดังคล้ายการรื้อถอน จึงเปิดบ้านออกมาดู และเห็นเหตุการณ์บ้านถล่มต่อหน้าต่อตา ตนได้เข้าช่วยเหลือคนงานออกมาได้ 1 ราย ส่วนอีก 1 รายยังติดอยู่ด้านใน นายคมสันเสริมว่า นี่เป็นเพียงวันที่สองของการรื้อถอน และคนงานเพิ่งเริ่มทำงานได้เพียงครึ่งชั่วโมง โครงสร้างบ้านซึ่งสร้างมาประมาณ 30 ปีก็พังถล่มลงมาทันที โดยเจ้าของบ้านเดิมมีแผนจะทุบทิ้งเพื่อสร้างเป็นโรงเก็บรถ

นายคมสันยังเล่าถึงความเชื่อส่วนบุคคลว่า เจ้าของบ้านเก่าเคยมีลูกตกตึกเสียชีวิต ทำให้มีความเชื่อว่าวิญญาณอาจยังวนเวียนอยู่ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ หรืออาจเกิดจากความประมาทในการรื้อถอนก็เป็นได้ นอกจากนี้ ตนยังสังเกตเห็นว่าบ้านหลังนี้มีลักษณะเอียงประมาณ 45 องศามาสักระยะแล้ว และเคยพูดคุยกับเพื่อนเล่นๆ ว่าบ้านอาจล้มไปโดนบ้านข้างเคียงได้

นางสาวสุมณ บุญประคม ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่เธอกำลังทำของอยู่หน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นและมีควันฟุ้งกระจาย จึงรีบวิ่งไปดู และเห็นคนงาน 4 คน โดย 2 คนบาดเจ็บเล็กน้อย อีกคนถูกทับครึ่งตัว และอีกคนติดอยู่ด้านล่าง มีคนงานที่โรงงานเข้าไปช่วยคนที่ถูกทับครึ่งตัวออกมาก่อน นางสาวสุมณตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุน่าจะมาจากบ้านทรุดเอียง และคนงานน่าจะทุบจากข้างล่างก่อน ซึ่งอาจเป็นการทำที่ไม่ถูกวิธี ทำให้บ้านถล่มลงมาคล้ายแผ่นดินไหวจนควันฟุ้งกระจายไปทั่ว

นายปิติรัตน์ ปัญญาสาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ผู้เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ได้ระดมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันที เมื่อตรวจสอบพบคนงานถูกคานไม้และซากบ้านทับที่บริเวณขา เจ้าหน้าที่จึงประเมินสถานการณ์และพูดคุยกับคนงานที่ติดอยู่จนทราบตำแหน่งที่ถูกกดทับ ก่อนวางแผนเข้าช่วยเหลือ โชคดีที่คนงานไม่ได้รับบาดเจ็บที่อวัยวะสำคัญ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญในการช่วยเหลือคือสภาพน้ำท่วมขังและฝนที่ตกลงมา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทราบระดับน้ำที่ชัดเจน และเกรงว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงตัวคนงาน จึงต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาจนสามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

นายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น บ้านหลังดังกล่าวไม่มีการขออนุญาตรื้อถอนแต่อย่างใด และสาเหตุของการถล่มคาดว่ามาจากการรื้อถอนที่ไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรม ส่วนผลกระทบต่อบ้านข้างเคียงจะต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองช่างเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง นายกเทศมนตรีย้ำว่า สาเหตุน่าจะมาจากการทำผิดหลักวิศวกรรม ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องฝนตกดินทรุดแต่อย่างใด แม้ในพื้นที่จะมีน้ำท่วมขังก็ตาม หลังจากนี้จะต้องให้กองช่างและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบระเบียบการขออนุญาตที่ถูกต้องต่อไป

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นของการรื้อถอนอาคารที่ควรดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามหลักวิศวกรรม เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนงานและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง