เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์แท็กซี่สาธารณะจำนวนหนึ่ง นำรถมาจอดปิดถนนบริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม เพื่อรอฟังคำตอบจากกระทรวงคมนาคม ว่าจะรับข้อเสนอที่ให้มีการย้ายบูธประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเคาน์เตอร์ที่เป็นจุดจอดรับส่งรถยนต์ที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันออกไปจากบริเวณที่เป็นจุดจอดรับผู้โดยสารของแท็กซี่ภายในสนามบิน ตลอดจนแก้ไขปัญหาความเท่าเทียมระหว่างรถแท็กซี่ กับผู้ให้บริการรถยนต์ผ่านระบบแอปพลิเคชันภายในสนามบินหรือไม่ หลังจากได้มายื่นหนังสือเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ และคณะ เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันตามที่กลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์แท็กซี่สาธารณะกังวลใจ เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จุดจอดรับผู้โดยสารของผู้ให้บริการรถยนต์ที่เรียกผ่านแอปพลิเคชัน GRAB ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จะยังคงอยู่ที่เดิมบริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับจอดรถแท็กซี่สาธารณะด้วย แต่ได้มอบให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไปดำเนินการแก้ไข ดังนี้ 1.เพิ่มป้ายประชาสัมพันธ์ และทำการประชาสัมพันธ์กับผู้โดยสารให้เข้าถึงรถแท็กซี่สาธารณะมากขึ้น โดย ทอท. จะสื่อสารกับเจ้าหน้าที่สายการบินประจำเคาน์เตอร์ต่างๆ ให้สื่อสารไปยังผู้โดยสารได้รับรู้รายละเอียดการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะมากขึ้น

2. ให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำที่จอดพักคอยของรถแท็กซี่สาธารณะ เพื่อรอเรียกคิวให้บริการ และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จุดจอดรถแท็กซี่สาธารณะ รวมถึงจัดป้ายประชาสัมพันธ์แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ทสภ., 3. ทอท. จะนำแอป “SAWASEEE by AOT” มาใช้บริหารจัดการรถแท็กซี่สาธารณะ ณ ทสภ. ซึ่งผู้โดยสารจะสามารถจองคิวใช้บริการล่วงหน้าได้ โดย ทอท. อยู่ระหว่างการพัฒนาแอป ให้สามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท. เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านแอป ได้เหมือนกับการเรียกใช้บริการ GRAB คาดว่าจะสามารถใช้ได้ภายในเดือน มิ.ย. 2568

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า และ 4.ปรับปรุงจุดให้บริการรถแท็กซี่ให้สวยงาม และชัดเจน รวมทั้งปรับปรุงทางกายภาพความเป็นอยู่ของผู้ขับขี่แท็กซี่ อาทิ ห้องน้ำ เป็นต้น อย่างไรก็ตามสำหรับสถิติการให้บริการของรถแท็กซี่ และรถ GRAB ที่ ทสภ. พบว่า รถแท็กซี่ให้บริการ 6 พันเที่ยวต่อวัน ขณะที่รถ GRAB ให้บริการ 5 พันเที่ยวต่อวัน ซึ่งจำนวนการให้บริการของรถแท็กซี่ยังคงเท่าเดิม ไม่ได้ลดลงหลังจากมีให้บริการ GRAB ในสนามบิน และจากการตรวจสอบข้อกฎหมาย ทางกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยืนยันว่า การตั้งจุดให้บริการรถยนต์ที่เรียกผ่านแอป ณ ทสภ. ไม่ได้ขัดต่อกฎหมาย ส่วนที่กลุ่มแท็กซี่ตั้งข้อสังเกตว่ามีรถ GRAB หลายคันไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องนั้น เร็วๆ นี้ ทอท. จะทำการตรวจจับรถด้วยกล้อง AI และเชื่อมข้อมูลกับ ขบ. หากรถคันไหนยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านแอป ทอท. จะแจ้ง และปรับ GRAB ตามเงื่อนไขสัญญาต่อไป

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม

“จากการหารือร่วมกัน ทางกลุ่มแท็กซี่ก็เข้าใจ และยอมอยู่ร่วมกัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย ระเบียบ โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ได้มอบให้ ทอท. และ ขบ. หารือถึงประเด็นอื่นๆ ร่วมกันในการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ รวมทั้งให้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนด้วย และเร่งปรับปรุงแก้ไขสร้างความเท่าเทียมให้กับรถแท็กซี่ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ และสุดท้ายให้ประชาชนเป็นผู้เลือกใช้บริการเอง ซึ่งสนามบินเปิดรับทุกแอป ไม่ได้เฉพาะ GRAB และขณะนี้มีแอป Bolt ติดต่อเข้ามา เพื่อมาให้บริการที่สนามบินแล้ว โดย ทอท. ก็จะจัดจุดให้บริการอยู่ในพื้นที่เดียวกับ GRAB เช่นเดียวกัน” รมช.คมนาคม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น กลุ่มแท็กซี่ได้ทยอยขับรถแท็กซี่กลับ และเปิดถนนบริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม กลับสู่ปกติในเวลาประมาณ 17.00 น.