มหากาพย์คดีใน“โครงการรับจำนำข้าว” ยุครัฐบาลของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่จบสิ้น
ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2568 คดีที่ “ยิ่งลักษณ์” และสามี ยื่นฟ้องให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 เมื่อปี 2559 ซึ่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในโครงการรับจำนำข้าว 35,717 ล้านบาท โดยศาลฯวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังบางส่วน แต่ชี้ว่าอดีตนายกฯปล่อยให้เกิดการทุจริตในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่เป็นเท็จ จึงให้กระทรวงนี้มีอำนาจเรียกค่าเสียหายจากอดีตนายกฯ กรณีระบายข้าว เป็นเงิน 10,028 ล้านบาท
พร้อมกำหนดให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและกระทรวงการคลังมีหน้าที่หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตามเก็บทรัพย์สินของ “ยิ่งลักษณ์” มาคิดเป็นเงินค่าเสียหายให้ครบ
ผลคำตัดสินเป็นดั่งฟ้าผ่ากลางตระกูล “ชินวัตร” โดย “อดีตนายกฯปู” โพสต์เฟซบุ๊กเชิงตัดพ้อว่าต้องมาชดใช้หนี้หมื่นล้านบาทที่ตัวเองไม่ได้ก่อ พร้อมยืนยันว่าโครงการนี้มีเจตนาดีช่วยเหลือชาวนา แต่ถูกกล่าวหาว่าสร้างความเสียหาย
ส่วนทีมทนายความ อย่าง “นรวิชญ์ หล้าแหล่ง” กางข้อกฎหมายช่วย “นายหญิง” สู้ต่อไปโดยเตรียมร้องศาลปกครองภายใน 90 วัน เพื่อให้พิจารณามีคำสั่งชี้ขาดคดีปกครองใหม่ โดยอ้างว่ามีข้อมูลใหม่จากการที่กระทรวงพาณิชย์ขายข้าวของโครงการนี้ซึ่งคงค้างในโกดัง ราว 18.9 ล้านตัน สามารถใช้เงินจากตรงนี้มาหักลบกลบมูลหนี้ 10,028 ล้านบาทได้
ตามด้วยพี่ชายที่แสนดี“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เอ่ยถึงทิศทางเดียวกันนี้ว่า “ยิ่งลักษณ์” ยังมีสิทธิ์ที่จะเสนอต่อศาลฯให้พิจารณาเรื่องใหม่ ภายใน 90 วัน เรื่องคดีต้องสู้คดีต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องของแพ่ง ไม่เกี่ยวกับอาญา
ด้านเจ้ากระทรวงที่เป็นเจ้าหนี้ “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รำวงวนไปอ้างว่า ให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงฯ ดูรายละเอียดทั้งหมดก่อนจะดำเนินการอะไร ขณะที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะอดีตรมว.พาณิชย์ และ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานเสียงไปทางเดียวกันว่ากระทรวงการคลังต้องคิดคำนวณค่าใช้จ่ายและความเสียหายกันใหม่
แม้ผู้มีอำนาจในรัฐบาลพยายามเป่ามนตร์การเมืองให้เกมเปลี่ยน ยื้อเวลาให้นายหญิงได้สู้ต่อไปอีกยาว แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าการฆ่าเวลาจะช่วยได้ เพราะคดีนี้มีคู่แค้นขาประจำคอยจับตาทุกย่างก้าว พร้อมระเบิดสงครามเมื่อสบโอกาส อย่างเหตุการณ์สุดฮือฮาที่ “สนธิ ลิ้มทองกุล -จตุพร พรหมพันธุ์” 2 อดีตแกนนำต่างสีสุดขั้ว โอบกอดกันแนบแน่น และประกาศพร้อมรบกับระบอบทักษิณ ที่สำคัญยังมีเกมปั่นการเมืองจาก“มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งรอเขย่ากระดานได้ทุกเมื่อ

ถ้าการยื้อเกมการชดใช้ค่าเสียหายจากการทุจริตถูกทอดเวลาเนิ่นนาน บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลคงต้องถูกลากเข้านิติสงคราม โดน “นักร้องซ่อนเงื่อน” ร้องเรียนต่อองค์กรอิสระ ให้ฟาดฟันกันต่อไป
รับรองศึกรบของ “ตระกูลชิน” ยังเป็นมหากาพย์ให้ต้องติดตามกันอีกหลายฉาก ที่สำคัญ อดีตนายกฯหญิงที่แพ็กกระเป๋าพร้อมกลับบ้าน ก็ต้องรอคอยกันอีกยาวกว่าคลื่นลมทุกอย่างจะสงบอย่างที่พี่ชายบอกไว้



