เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นางสาวจันทร์เพ็ญ วัย 25 ปี ได้พาลูกสาววัย 7 ขวบ คือ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ป.2 เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กิตติพจน์ เอี่ยมประไพ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี หลังลูกสาวถูกครูประจำชั้นทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนมีรอยฟกช้ำ พร้อมทั้งใช้ถ้อยคำที่สร้างความสะเทือนใจอย่างแสนสาหัส
นางสาวจันทร์เพ็ญ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า สังเกตเห็นลูกสาวมีอาการเจ็บแขนและยกแขนไม่ขึ้น ขณะกำลังจะถอดเสื้อเพื่ออาบน้ำ จึงพบรอยฟกช้ำอย่างชัดเจนบริเวณหลังซ้ายและแขน เมื่อสอบถามน้องเอ ก็ได้ความจริงที่น่าตกใจว่า ถูกคุณครูประจำชั้นทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้เหล็กฟุตตีและทุบที่หลังหลายครั้ง โดยให้เหตุผลเพียงว่า “ไม่เชื่อฟัง”
หลังเกิดเหตุ นางสาวจันทร์เพ็ญ พยายามติดต่อพูดคุยกับทางโรงเรียน แต่ไม่สามารถพบผู้อำนวยการโรงเรียนได้ มีเพียงครูท่านอื่นที่เข้ามาพูดคุยแทน ทว่าเรื่องกลับไม่คืบหน้าและไม่มีการดำเนินการใดๆ กลับกัน เหตุการณ์รุนแรงยังเกิดขึ้นซ้ำอีก เมื่อครูคนเดิมยังคงทุบหลังน้องเออีกครั้ง และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ ได้พูดกับน้องว่า “ให้มันตายตรงนี้เลย” ซึ่งสร้างความหวาดกลัวและฝังใจให้กับเด็กเป็นอย่างมาก
นางสาวจันทร์เพ็ญ ยังเปิดเผยอีกว่า ครูรายนี้เคยกระทำลักษณะเดียวกันกับนักเรียนคนอื่นมาก่อน แต่ผู้ปกครองหลายรายไม่กล้าเปิดเผยหรือร้องเรียนเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องเอ ซึ่งน้องกล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวว่า “เจ็บ แล้วครูบอกว่าให้ตายไปเลย”
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะเร่งดำเนินการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป



