นับเป็นอีกคนที่มีโปรเจกต์ร่วมทำกับต่างประเทศมากมายเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใส “กลัฟ คณาวุฒิ” ซึ่งล่าสุดเพิ่งมีผลงานซีรีส์ญี่ปุ่นที่เจ้าตัวได้แสดงนำในซีรีส์เรื่อง “Tokyo Holiday” ซึ่งหลังจากออนแอร์ไปไม่กี่ตอนกระแสตอบรับดีไม่น้อย และยังคงถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ โดยล่าสุดในงานประกาศรางวัล KAZZ AWARDS 2025 หนุ่มกลัฟได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ระหว่างไปทำงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งงานนี้เจ้าตัวได้หลุดโปรเจกต์ลับชิ้นใหญ่ โดยหนุ่มกลัฟเผยว่า

“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็เริ่มเคลียร์ไปหมดแล้ว เช่น ช่วงต้นปีก็จะมีถ่ายซีรีส์ญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้ถ่ายจบแล้วก็กำลังออนแอร์อยู่ด้วย และอาจจะมีโปรเจกต์อื่นๆ ก็พยายามเคลียร์ให้จบตามเป้า ส่วนเรื่องภาพยนตร์วันทอง ปิดกล้องเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน ช่วงนี้ก็อาจจะว่างๆ หน่อย เราก็พยายามหาอะไรทำด้วย ก็อาจจะกลับไปทำเพลง พยายามทำตัวให้ไม่ว่าง ถามว่าจัดการยังไงบ้างสำหรับสี่ห้าเดือนที่ผ่านมา คือเรามีผู้จัดการคอยช่วยจัดคิวให้ ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยแบ่งเบาในการจัดคิวของเรา ส่วนฟีดแบ็กของซีรีส์ญี่ปุ่นก็รู้สึกใจฟูนะ คือซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ฟีลกู๊ดอยู่แล้ว ไม่อยากให้คนดูมานั่งเครียดอะไรกับซีรีส์เรื่องนี้ก็อยากให้ดูปล่อยจอยกันไป สำหรับคลิปที่มีคนพากย์เสียงเราก็ได้ดูนะ ก็แปลกดีเราก็ไม่เคยเห็นมีคนมาภาคภาษาไทยทับเราอีกทีนึง มันก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีแฮปปี้ครับ

สำหรับคนญี่ปุ่นคือน่ารักมาก ทั้งพี่ๆ นักแสดงและพี่ๆ แฟนคลับทุกคน ทั้งพี่ๆ ทีมงานทุกคนที่เราได้มีโอกาสร่วมงาน ทุกคนน่ารักมาก ซึ่งคนญี่ปุ่นเขาเป็นคนเป๊ะมาก ถือว่าเป๊ะในระดับนึงเลย และเป็นคนที่ขยันมากๆ สำหรับพี่ๆ คนญี่ปุ่นคือทำงานหามรุ่งหามค่ำเกือบทุกวันเลย คือเราก็ปรับตัวได้ คือผมเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตกลางคืนอยู่แล้ว มันก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับผมมาก เป็นคนชอบเงียบๆ ชอบใช้ชีวิตหลังพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนในเรื่องของอาหารการกินก็ดีครับ แรกๆ อาจจะยากหน่อยแต่พอเราได้ไปใช้ชีวิตเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่าอาหารบ้านเขาก็อร่อยหลายอย่าง เราเปิดใจหลายอย่างมากกับประเทศญี่ปุ่น อย่างตอนแรกผมเป็นคนไม่กินเนื้อ เพราะว่าที่บ้านเขาแอบขอไว้ ซึ่งคุณแม่ก็บอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย่ากินนะลูก เพราะว่าคุณแม่เขาไม่กิน แต่พอไปประเทศญี่ปุ่นอดใจไม่ได้จริงๆ พอได้ลองเนื้อหลายชนิดมันก็เลยไม่ได้แล้วแหละแม่ ส่วนคุณแม่ก็บอกว่ากินไปแล้วกันลูก แต่ถ้าอยู่ที่บ้านก็อย่ากินแล้วกัน

ปีนี้ค่อนข้างจะทำงานหนัก ถามถึงเรื่องประสบการณ์ก็ได้เยอะเลยครับ อย่างแรกเลยคือเราได้ไปเรียนรู้วัฒนธรรมหลายอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นมากๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี คือไม่ใช่ใครที่อยู่ๆ จะได้ไปเรียนรู้กับเขา เราก็รู้สึกแฮปปี้มากที่ได้รับโอกาสตรงนี้ ก็จะเก็บมาพัฒนาใช้ในการทำงานในวงการบันเทิงไทยต่อไปครับ แต่บางคนที่แซวว่าเป็นโกลบอลสตาร์แล้วคือก็ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เราแค่รู้สึกว่าถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วกัน เพราะในอนาคตอาจจะได้เห็นนักแสดงคนไทยหลายๆ คนที่มีฝีมือเก่งๆ ได้ไปเฉิดฉายที่ต่างประเทศก็ได้ คือเราอยากจะไปอีกสเต็ปนึงเหมือนกัน เดี๋ยวรอติดตามแล้วกันครับผม”

กลัฟ ได้หลุดปากเผยโปรเจกต์ลับว่า “คือทำมาหลายอย่างแล้ว สิ่งที่อยากจะทำเพิ่มเติมก็อาจจะเป็นหนังฟอร์มยักษ์ ก็อยากมีโอกาสได้ร่วมโปรเจกต์มากๆ ส่วนเรื่องถ่ายทำก็ยังไม่ได้ถ่าย ถามว่าเป็นแนวยังไง (หัวเราะ) ก็เป็นโปรเจกต์ที่ตื่นเต้นมากๆ คือคิดว่าเด็กผู้ชายในวัยผมได้ยินชื่อโปรเจกต์หนังเรื่องนี้ก็น่าจะรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยกัน ส่วนในเรื่องของการเตรียมตัวสำหรับโปรเจกต์นี้ ก็เตรียมตัวเยอะทั้งทางร่างกายทางจิตใจทั้งการแอ๊คติ้งทั้งเรื่องบทด้วย เพราะมันค่อนข้างยากและไกลตัวเรามากๆ เหมือนกัน แต่ก็จะทำให้เต็มที่แล้วกันครับ ก็อยากให้ทุกคนดูแล้วเหมือนกันจริงๆ ผมเห็นแล้วก็ตื่นเต้นอยากจะสปอยล์ให้ทุกคนฟังมากครับ แต่พูดไม่ได้จริงๆ

หลายคนแซวว่าเป็นเขยญี่ปุ่น (หัวเราะ) ไม่ใช่เขยญี่ปุ่น คือไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สาวญี่ปุ่นก็น่ารักทุกคนเลยทั้งนิสัย ทั้งหน้าตา ถามว่ายืนยันไหมว่าตัวเองยังเป็นเขยประเทศไทยอยู่ คือประเทศไหนก็ไม่ติดครับ พอซีรีส์ออนแล้วหลายคนก็มองเป็นเขยญี่ปุ่นก็ได้นะ ถ้าอยากให้เป็นเขยญี่ปุ่นก็เป็นได้ ส่วนเขยไทยก็อยากเป็นเขยไทยอยู่ เราโอเพ่น ครับ ถามว่าไปญี่ปุ่นอะไรสนุกสุด ก็น่าจะเป็นของกินกับสถานที่เที่ยวมั้งครับ เพราะว่าประเทศญี่ปุ่นเขาขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องของกิน เราก็ได้ไปเปิดประสบการณ์หลายอย่างมาก

อย่างออนเซ็นก็ได้ลงครับผม แรกๆ ก็เขิน แต่หลังๆ เริ่มชิน คือมันเป็นเรื่องปกติของประเทศญี่ปุ่นแล้วกัน ตอนแรกก็แอบตกใจแต่พอเราได้ไปแช่บ่อยๆ ก็เลยรู้สึกว่าไม่ต้องแคร์อะไรแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็แช่คนเดียว แต่ก็อาจจะมีพี่ๆ ชาวญี่ปุ่นที่เป็นลูกค้าบ้าง ที่มาใช้บริการ คือเราก็ไปแบบนิ่งๆ ของเราแล้ว ในนั้นเขาก็ไม่ได้รู้จักเรา คือเราก็ไม่ได้คุยกับใครก้มหน้าอย่างเดียว

คือผมก็ยังเป็นคนไทยอยู่นะครับแต่แค่อาจจะไปต่างประเทศบ่อยแค่นั้นเอง ก็ฝากติดตามผลงานต่างๆ ของผมด้วย คิดว่าน่าจะอยู่ไทยอีกประมาณเดือนสองเดือนแล้วก็จะต้องบินไปประเทศญี่ปุ่นอีก ไปทำโปรเจกต์ต่อ”