กลุ่มคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่อยู่ระหว่างควบคุมอาหารและต้องการสร้างกล้ามเนื้อ มักเชื่อว่า การกิน ‘โปรตีนบาร์’ เป็นของว่างจะดีต่อสุขภาพและให้ประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งเชื่อว่าจะได้รับสารอาหารประเภทโปรตีนมากกว่าการกินขนมหรือของว่างทั่วไป

แต่ผลการศึกษาล่าสุดเผยความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับโปรตีนบาร์ โดยพบว่า ฉลากบอกข้อมูลทางโภชนาการอาจไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดเสมอไป และโปรตีนบาร์หลายชนิดอาจเป็นอาหารแปรรูปขั้นสูงที่ไม่ได้มีโปรตีนมากเท่าที่ควร

รายงานทางการประเมินปริมาณและคุณภาพของโปรตีนในโปรตีนบาร์ซึ่งทำจากแหล่งโปรตีนต่างกันที่เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2568 บนเว็บไซต์ nature.com เผยว่า แหล่งโปรตีนที่ใช้กันทั่วไปมากที่สุดในโปรตีนบาร์เท่าที่มีการสำรวจในรายงานคือ โปรตีนถั่วเหลือง (ไอโซเลต) โดยมีสัดส่วน 22 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือถั่วลิสง (13 เปอร์เซ็นต์) และ WPI (ไอโซเลตโปรตีนเวย์ 11 เปอร์เซ็นต์) 

ส่วนที่เหลืออีก 12% ใช้แหล่งโปรตีนอื่น ๆ เช่น ข้าวโอ๊ต โปรตีนนม (เวย์โปรตีนไฮโดรไลเสตและแคลเซียมเคซีเนต) เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และในบางกรณีก็พบโปรตีนจากเนื้อวัวและคอลลาเจน

จากการศึกษาโปรตีนบาร์ทั้งหมด 1,641 ชิ้น พบว่ามีเพียง 1% (18 ชิ้น) เท่านั้นที่จัดว่าเป็น “ไม่เป็นแหล่งให้โปรตีน” ส่วนอีก 18% (295 ชิ้น) เป็น “แหล่งโปรตีน” และ 81% (1,328 ชิ้น) จัดว่า “มีโปรตีนสูง” ตามเกณฑ์การติดฉลากของสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าคุณภาพของโปรตีนที่อยู่ในรูปแบบของโปรตีนบาร์ซึ่งวัดกันตามความสามารถในการย่อยโปรตีน (protein digestibility values) นั้น จะมีค่าต่ำกว่าโปรตีนที่อยู่ในรูปโปรตีนแท้ คืออยู่ระหว่าง 47 – 81% เท่านั้น

นักวิจัยเสริมว่า แม้ว่าโปรตีนบาร์ส่วนใหญ่จะติดฉลากว่า ‘มีโปรตีนสูง’ แต่คุณภาพทางโภชนาการของโปรตีนอาจต่ำมากเมื่อพิจารณาโดยการวัดจากค่าการย่อยและดูดซึมกรดอะมิโนที่ได้จากโปรตีน (Digestible Indispensable Amino Acid Score  หรือ DIAAS) 

โปรตีนบาร์ที่ได้ค่า DIASS ต่ำส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการใช้แหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพทางโภชนาการต่ำ (เช่น คอลลาเจน) และมีส่วนผสมอื่น ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ใยอาหาร ที่อาจทำให้ร่างกายเข้าถึงกรดอะมิโนจำเป็นได้น้อยลง 

กล่าวโดยสรุปก็คือ โปรตีนบาร์ที่มักอ้างว่าให้ปริมาณโปรตีนสูงนั้น ที่จริงแล้วอาจมีปริมาณโปรตีนน้อยกว่าที่เราคาดหวัง หรือหากมีปริมาณโปรตีนสูงก็จะอยู่ในรูปของอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra Processed Food) ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีรายงานวิจัยบ่งชี้ว่าเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้เมื่อกินบ่อยๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน

ที่มา : ladbible.com, nature.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES