สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการเจรจาการค้ากับจีน หลังทั้งสองประเทศเห็นพ้อง “สงบศึก” เป็นเวลา 90 วัน ตามผลการเจรจาที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงกลางเดือนนี้ ว่า “ชะงักงันและซับซ้อนนิดหน่อย” และโดยส่วนตัวเขามองว่า “ณ จุดหนึ่ง” ควรมีการสนทนาโดยตรงทางโทรศัพท์ ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน


ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าร่วมกัน ที่เป็นการระงับขึ้นภาษี ซึ่งสหรัฐกำหนดกับจีนในอัตรา 145% และจีนเรียกเก็บจากสหรัฐในอัตรา 125% สหรัฐหันไปให้ความสำคัญกับการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (อียู)


ทรรศนะดังกล่าวของเบสเซนต์ เกิดขึ้นหลังศาลอุทธรณ์กลางมีคำสั่งชั่วคราว ระงับคำพิพากษาของศาลการค้าระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการระงับมาตรการภาษีแทบทั้งหมดของทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่า “เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของประธานาธิบดี” และกำหนดให้ฝ่ายโจทก์ส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 5 มิ.ย. ส่วนทำเนียบขาวต้องส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 9 มิ.ย.นี้.

เครดิตภาพ : AFP