ยังคงเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ยังคงต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างโดยสารแท็กซี่ เรียกร้องให้ยกเลิกการอนุญาตให้รถยนต์ที่เรียกผ่านระบบแอปพลิเคชัน เข้ามาให้บริการในสนามบินต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบทำให้จำนวนเที่ยววิ่ง และรายได้ลดลงประมาณ 80-90% และไม่ได้รับความเท่าเทียมระหว่างรถแท็กซี่กับผู้ให้บริการรถยนต์ผ่านระบบแอปพลิเคชัน
-ทดสอบสังคม! สาวไทยสวมบทนักท่องเที่ยว เรียกแท็กซี่ไปสยาม โดนเหมาแพงถึง 700 บาท

ซึ่งทางฝั่งของคนขับจากแอปพลิเคชันต่างๆ รวมไปถึงผู้โดยสาร ก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของฝั่งโชเฟอร์แท็กซี่ ที่ส่วนใหญ่ต่างเจอปัญหาโบกแล้วไม่รับ ไม่ไป รวมไปถึงบริการไม่สุภาพ จนเป็นที่มาของการตัดสินใจเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ได้เกิดกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวขึ้น เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ผ่านกลุ่ม “รวมพลคนขับแท็กซี่(แห่งประเทศไทย)” ระบุถึงการเลือกใช้บริการแอปพลิเคชันแทนแท็กซี่ว่า..
“คนฉลาด – โบกรถแท็กซี่ ขึ้นรถได้ทันที ประหยัดเวลาทำธุระ
คนฉลาดน้อย – จองรถในแอป เสียเวลาจองหลายนาที ดีไม่ดีโดนยกเลิกระหว่างรอจองอีก และอาจแพงกว่าในหลายครั้ง”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความไม่พอใจ และไม่เห็นด้วยกับโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ต่างคอมเมนต์ถล่มย้อนถามกลับไปไปยังโชเฟอร์แท็กซี่เจ้าของโพสต์ อาทิ..
– แต่แล้วทำไมเขายอมเสียเวลาล่ะครับ พี่คนฉลาด
– ปัญหาคือโบกแล้วพวกคุณไม่รับไงครับ ขอเหมาบ้าง ไม่กดมิเตอร์บ้าง กล้าพูดมั้ยว่าแบบนี้ไม่มี
– โชคร้ายที่สุด คือโบกรถเจอคนขับหน้าตาไม่รับแขก แถมเล่นมือถือคุยโทรศัพท์กับญาติพี่น้องตลอดทาง แถมในรถเหม็นเหมือนหมาเน่า
– คนดักดาน = พูดยังไงก็ได้ให้สถานะที่ตนเป็นอยู่ อยู่เหนือคนอื่น ไม่คิดพัฒนาหรือตั้งคำถามกับตนเองว่าทำไมเขาถึงอยู่บนจุดนั้นได้..

ขอบคุณข้อมูลจาก @รวมพลคนขับแท็กซี่(แห่งประเทศไทย)