สวัสดีแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักทุกคน วนกลับมาพบเจอกันเป็นประจำทุกสัปดาห์เลยนะคะ กับคอลัมน์บันเทิงสุดฮอตอย่าง “SeoulStation” พื้นที่ ที่จะพาแฟนๆ ทุกคนมาอัปเดตข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์ และแน่นอนจะต้องเจอกับนักข่าวสาวตัวน้อยผู้แสนน่ารักอย่าง “นูน่าเมี้ยน” เจ้าประจำที่ขนเอาพิเศษ ความสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาฝากอย่างจุใจเช่นเคย โดยสัปดาห์นี้นูน่าจะพาไปพูดคุยเรื่องราวของ “คุณกระต่ายน้อยมากเสน่ห์” อย่าง “โดยอง” (Do Young) ศิลปินหนุ่มมากความสามารถที่ใครๆ เห็นก็ต้องตกหลุมรักไปกับรอยยิ้มของเขา หนึ่งสมาชิกวงบอยแบนด์ฮอตระดับโลก “NCT” ที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวจะคัมแบ๊ก และปล่อยผลงานครั้งใหม่กับอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 ที่มีชื่อว่า “Soar” โดยเขาจะเปิดตัวอัลบั้มและไตเติลแทร็กซึ่งมาพร้อมกับมิวสิกวิดีโอในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เวลา 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

โดยอัลบั้มเดี่ยวชุดนี้ของโดยองจะปล่อยผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงออนไลน์ต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเขาหวังว่าอัลบั้ม Soar จะเป็นเสียงสะท้อนเล็ก ๆ แต่หนักแน่นให้กับทุกคนที่ใฝ่ฝันถึงการโบยบินจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ ให้มีความกล้าที่จะก้าวเดินต่อไปอีกครั้ง อย่างที่โดยองเองก็ได้รับ “พลังแห่งความกล้าฝัน” จากเสียงเพลงมาโดยตลอด ตอนนี้โดยองจึงอยากส่งต่อพลังนั้นให้กับทุกคนที่ฟังเพลงของเขา โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีการปล่อยวิดีโอแนะนำอัลบั้มนี้ที่มีชื่อว่า “Wake From The Dark” โดยดึงความสนใจด้วยการตีความภาพด้วยคำสำคัญ “การตื่นรู้” และ “เหตุฉุกเฉิน” ที่มีอยู่ในเนื้อเพลง และเรื่องราวโดยรวมของอัลบั้มโดยอิงจากเพลงที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งเพลงแรกในอัลบั้มที่ 2 ของโดยองชื่อว่า “Wake From The Dark” เป็นเพลงแนวโมเดิร์นร็อกที่ถ่ายทอดช่วงเวลาที่คุณตื่นจากหลับ และเตรียมที่จะกระพือปีกเพื่อบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำนองกีตาร์ที่ไพเราะและเสียงคีย์บอร์ดอันอบอุ่นทำให้รู้สึกถึงช่วงเวลาอันน่าตื่นตาของการโบยบินเหนือโลก

ต่อมารายชื่อเพลงในอัลบั้มก็ถูกเปิดเผยออกมา โดยอัลบี้มนี้จะมีทั้งหมด 10 เพลง ซึ่งได้แก่ เพลงไตเติล Memory, Wake From The Dark, Be My Light, First Step, Just Friends, Luminous, Still, Sonnet, Sand Box และ Eternity โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัลบั้มนี้ได้ร่วมงานกับเหล่าศิลปินที่ได้รับการยอมรับทั้งในเรื่องของความสามารถด้านดนตรีและความนิยมมาเป็นเวลานาน เช่น “ยุนโดฮยอน” (Yoon Dohyuh), “คิมยุนอา” (Kim Yuna), “คิมจองวาน” (Kim Jongwan) วง NELL รวมถึงนักแต่งเพลง “คิมอีนา” (Kim Ena), โปรดิวเซอร์ “ซอดงฮวาน” (Seo Donghean) และ “โชวอนซัง” (Cho Wonsang) วง LUCY ที่จะมาเพิ่มพลังให้กับความหมายในการถ่ายทอด “พลังแห่งความกล้าฝัน” แก่ทุกคน งานนี้โดยองยังได้ใส่หัวใจ และจิตวิญญาณของเขาลงในผลงานอัลบั้มนี้ เพื่อแสดงอารมณ์ของตัวเองอย่างลึกซึ้งผ่านการทำงานร่วมกันกับศิลปินทุกคน และเขาวางแผนที่จะนำเสนอเสียงดนตรีใหม่ผ่านการทำงานร่วมกันกับศิลปินในแนวต่างๆ ด้วย

อย่างเพลง “Still” เพลงแนวป็อป-ร็อกที่มีเสียงสะท้อนอันลึกซึ้งที่สร้างขึ้นจากเสียงเปียโนอันไพเราะ เสียงเครื่องสายอันหนักแน่น และเสียงวงดนตรีสมัยใหม่ พร้อมบรรยายถึงกระบวนการของคนที่กำลังล่องลอยระหว่างความจริง และอุดมคติเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงด้วยจิตใจที่สงบ ซึ่งเพลงนี้แต่งโดยนักร้อง “ยุนโดฮยอน” เพื่อเพิ่มความหมายให้กับเพลงนี้มากขึ้น และด้วยเสียงร้องและอารมณ์ที่ดึงดูดใจของโดยอง ทำให้ระดับความสมบูรณ์แบบสูงขึ้น คาดว่าจะเป็นดนตรีที่มอบความสบายใจและความเห็นอกเห็นใจให้กับผู้ที่พยายามรักษาความมั่นคงของตนเองแม้ในโลกที่ไม่แน่นอน

ยุนโดฮยอน กล่าวว่า “เพลง ‘Quiet’ เป็นเพลงที่ฉันแต่งขึ้นเมื่อฉันอยากให้หัวใจของฉันสงบและสันติอย่างสุดหัวใจ แต่ในใจของฉันกลับรู้สึกไม่สงบ ดนตรีคือแหล่งพลังอันยิ่งใหญ่สำหรับฉัน ดังนั้นฉันจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเมื่อฉันพยายามจะเอาชนะสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยตัวเอง ฉันคิดว่ามันจะเหมาะกับโดยองมากถ้าเขาร้องเพลงนี้ ฉันจึงมอบเพลงนี้ให้เขาเป็นของขวัญ ฉันพอใจที่โดยองแสดงออกถึงบรรยากาศที่เหงาๆ ได้อย่างดี เมื่อฉันเห็นเขาทำงานหนัก ฉันรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนที่อยู่ได้ยาวนาน และเนื่องจากเขาเป็นนักร้องเต็มตัวอยู่แล้ว ฉันก็ตั้งตารอที่จะได้ฟังดนตรีประเภทใดก็ตามที่เขาทำ”

ส่วนเพลง “First Step” ที่รวมอยู่ในอัลบั้มนี้เป็นเพลงแนวป๊อปบอสซาโนวาที่ผสมผสานเสียงเปียโนเบาๆ เบสแจ๊ส และเครื่องสายวินเทจ และสื่อถึงความตื่นเต้นและความกลัวที่รู้สึกเมื่อขี่จักรยานเป็นครั้งแรก เนื้อเพลงที่บอกว่าการหลงทางบ้างก็ไม่เป็นไร ทำให้ผู้ที่ติดตามความฝันมีกำลังใจขึ้นมาได้เหมือนสายลมอุ่น ๆ ที่พัดผ่านหลัง และแม้กระทั่งบางเพลงที่เผยออกมาก่อนหน้านี้ผ่านวิดีโอเมดเล่ย์ไฮไลท์ก็ยังสร้างความคาดหวังด้วยการให้ความรู้สึกที่ดีอีกด้วย ด้านเพลง “Be My Light” เป็นเพลงที่สื่อถึงความปรารถนาที่จะกลายเป็นแสงสว่างที่เศร้าที่สุดและเป็นที่ต้อนรับมากที่สุดในตอนท้ายของรุ่งอรุณของกันและกันด้วยเสียงวงดนตรีที่สดชื่น ทำนองเครื่องสายที่ไพเราะซึ่งแผ่ขยายออกไปราวกับลำแสงท่ามกลางชีวิตประจำวันอันเหนื่อยล้าและเสียงร้องอันเท่ของโดยองสร้างความกลมกลืนและยกระดับความน่าดึงดูดใจของเพลงให้สูงสุด

ตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า 8 ปีนับตั้งแต่การเดบิวต์ โดยองไม่เพียงแต่พิสูจน์ให้เห็นถึงทักษะการร้องเพลง และการแสดงที่แสนโดดเด่นของเขาผ่านกิจกรรมของวง NCT และ NCT 127 เท่านั้น แต่เขายังได้มีส่วนสนับสนุนให้วงประสบความสำเร็จไปทั่วโลก และเต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจในการทำงานทุกอย่างที่ออกมา พิสูจน์ได้ผ่านหลากหลายผลงานของเขาที่สร้างสรรค์มันออกมาอย่างยอดเยี่ยม แต่กว่าจะมาเป็น “โดยองที่งดงาม” และเป็น “โดยองที่ทรงพลัง” ได้ขนาดนี้ไม่ง่ายเลย โดยเส้นทางของ “โดยอง” ศิลปินที่มาพร้อมเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์เอาอยู่ทุกคีย์ได้เริ่มเส้นทางสางบันเทิงโดยเป็นเด็กฝึกในค่าย SM Entertainment ในปี 2013 ซึ่งได้ถูกคัดเลือกจากงานประกวดร้องเพลง Gyeonggi Youth Arts Festival ตอนประกวดร้องเพลงชนะ เขามีชื่อนามสกุลจริงว่า “คิมโดยอง” แต่ใช้เสตจเนมว่า “โดยอง”

ในวันที่ 15 มกราคม 2015 โดยองได้รับการแนะนำตัวในฐานะสมาชิกของSM Rookies จากนั้นเขาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2016 โดยองได้รับการยืนยันในฐานะสมาชิกยูนิตแรกของบอยแบนด์ “NCT” และ “NCT U” ร่วมกับสมาชิกอีก 5 คน ต่อมาในเดือนธันวาคม 2016 โดยองได้รับการประกาศเป็นสมาชิกใหม่ของ “NCT 127” และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2017 ด้วยการเปิดตัว EP Limitless และในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 โดยองได้เข้าร่วมรายการ Inkigayoในฐานะพิธีกรร่วมกับ “จินยอง” (Jinyoung) วง GOT7 และ “จีซู” (Jisoo) วง Blackpink ในเดือนมีนาคมของปีเดียวกันเขาปรากฏตัวในรายการWe Got Married ของช่อง MBC ร่วมกับพี่ชายของเขา “คิมกงมยอง” (Kim Gongmyung) ก่อนที่ในเดือนมิถุนายน 2018 โดยองจะปล่อยเพลง “Hard for Me” ที่อัดใหม่สำหรับซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง Rich Man ต่อมาในเดือนกันยายน 2020 SM Entertainment ประกาศว่า NCT จะปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 2 ของพวกเขาที่มีชื่อว่า “NCT 2020 Resonance Pt. 1” และ “NCT 2020 Resonance Pt. 2” ซึ่งโดยองได้มีส่วนร่วมในเพลงไตเติ้ลทั้งสองเพลง “Make a Wish” และ “From Home” โดยูนิต NCT U ซึ่งเขาเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวที่ทำเช่นนั้น ต่อมาโดยองได้มีส่วนร่วมในเพลง “Volcano” และ “Lightbulb” ของ NCT U และเพลง “Music, Dance” ของ NCT 127 พร้อมกับมีส่วนร่วมในเพลง “IOU” ร่วมกับนักร้องคนอื่น ๆ ในวงด้วย

ถัดมาในเดือนมีนาคม 2021 โดยองได้ปรากฏตัวในละครโทรทัศน์เรื่อง “Cafe Midnight Season 3: The Curious Stalker” ซึ่งเป็นเรื่องแรกในฐานะนักแสดงนำ โดยโดยองรับบท “ซนจีอู” นักเรียนหนุ่มผู้มองเห็นอนาคตโดยบังเอิญ ประกบคู่กับ “คิมอินอี” (Kim Inyi) จากนั้นมีประกาศว่าโดยองได้รับเลือกให้แสดงในละครเพลงเรื่องแรกของเขาเรื่อง “Marie Antoinette” โดยเป็นหนึ่งในสามนักแสดงที่รับบทนำชายของ Count Axel von Fersen  และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2021 โดยองได้ปล่อยเพลง “Like a Star” ซึ่งเป็นเพลงประกอบซีรีส์เรื่องYumi’s Cells รวมไปถึงได้เข้าร่วมซับยูนิตใหม่ “NCT DoJaeJung” ร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ อย่าง “แจฮยอน” (Jaehyun) และ “จองอู” (Jungwoo) กับอัลบั้มแรก “Perfume” ในปี 2023 ซึ่งช่วยตอกย้ำอิทธิพลของโดยองในวงการให้มากขึ้นด้วยการที่โดยองได้กลายเป็น “Global Ambassador” แบรนด์แฟชั่นอิตาลีอย่าง Dolce & Gabbanaในเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งโดยองเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ ที่สำคัญโดยองได้ทำมูลค่าสื่อของแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 2,596% เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดของแบรนด์ และยังมีเพลง “Beautiful Day” เพลงประกอบซีรีส์ Dr. Romantic 3 และเพลง “Here with Me” เพลงประกอบซีรีส์เรื่องSee You in My 19th Life ที่โดยองได้ขับร้องอีกด้วย

โดยองก้าวข้าวขีดจำกัด และพังทลายกำแพงของของตัวเองด้วยการเปิดตัวในฐานะ “ศิลปินเดี่ยว” เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2024 กับสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของเขาที่มีชื่อว่า “Youth” เล่าเรื่องราวชีวิตของคนหนุ่มสาวอย่างตรงไปตรงมา โดยมีเพลงไตเติ้ลของอัลบั้ม “Little Light” ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในรายการโทรทัศน์เพลงประจำสัปดาห์ Show Champion และเขาได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกชื่อว่า “Dear Youth” ซึ่งเริ่มต้นด้วยคอนเสิร์ตสามวันในกรุงโซลตั้งแต่วันที่ 25-27 พฤษภาคม โดยจัดคอนเสิร์ตทั้งหมด 15 ครั้งใน 9 เมืองตลอดปี 2024 อีกด้วย

บอกเลยว่าหากหยิบเส้นทางสายดนตรีของโดยองมาเขียนเป็นหนืงสือสักหนึ่งเล่ม ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่เดบิ้วต์มานั้น เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ก็คงจะอัดแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วย “พลังแห่งความกล้าฝัน” พร้อมที่จะให้คนที่ “มีความฝัน” เปิดอ่านมันเป็นแบบอย่างได้เต็มที่ และไม่ว่าใครจะหยิบมันขึ้นมาอ่านก็คงทำให้มีพลัง “ต่อสู้เพื่อความฝัน” แบบไม่ย่อท้อ ผ่าน “ประสบการณ์” และ “ความตั้งใจ” ของโดยองที่สะสมมันมาอย่างนาน จนตกผลึกกลายเป็น “ความสำเร็จ” ที่ตอบแทนเขาอย่างงดงาม สร้างให้กระต่ายน้อยตัวนี้มี “ความน่ารักนุ่มนิ่ม” แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วย “พลังอันมหาศาล” พร้อมที่จะเดินทางไปหาประสบการณ์ที่รอคอยให้โดยองได้แสวงหาอีกมากมาย และตลอดเส้นทางนั้นนูน่าเชื่อได้เลยว่า มันจะต้องถูกปกป้องอย่างดีด้วย “พลังความรัก” ของแฟนคลับที่รายล้อม พร้อมมอบให้เขาอย่างไม่มีข้อแม้ และไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพียงแค่ได้เห็น “ศิลปินที่รัก” ได้ยืนอย่างสง่างามท่ามกลางแสงไฟ และประสบความสำเร็จในฐานะ “ศิลปินอย่างแท้จริง!”.


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”