จนมีคำเรียกขานถึงมณฑลแต่โบราณว่า “ภูเขาแปดส่วน น้ำหนึ่งส่วน ที่ราบหนึ่งส่วน” โดยตั้งอยู่ใจกลางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีพื้นที่ประมาณ 176,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประจำมากกว่า 38 ล้านคน

ความโดดเด่นที่สำคัญของกุ้ยโจวคือ ภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) หรือผาหินปูนสูงชันสลับกับหลุมยุบที่เกิดจากน้ำใต้ดินกัดเซาะ อีกทั้งยังมีถ้ำ น้ำตก และหุบเขาซับซ้อน ฤดูร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส  จึงเป็นที่เที่ยวตากอากาศที่เหมาะอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองถึง 18 กลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ชนเผ่าฮั่น เหมียว ปู้อี้ ต้ง ตูเจีย และอี ทำให้ที่นี่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายกลมกลืน จนมีคำเรียกขาน “หนึ่งภูเขาหลายเผ่า สิบลี้ต่างวัฒนธรรม ร้อยลี้ต่างขนบธรรมเนียม”

ในปี พศ.2559  The New York Times ได้จัดอันดับกุ้ยโจวเป็นหนึ่งใน 52 สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปเยือนที่สุดในโลก พร้อมยกย่องให้เป็น “ขุมทรัพย์ลับแห่งภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน” ปี พศ. 2563  นิตยสาร Lonely Planet ก็ได้จัดอันดับกุ้ยโจวเป็นหนึ่งใน 10 ภูมิภาคท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก กุ้ยโจวจึงมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็น “น้ำตกหวงกว่อซู่”  แหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAAA ที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย  แต่ยังมีความงดงามที่สุดในกลุ่มน้ำตกหวงกว่อซู่ ด้วยความสูง 101 เมตร และลึก 77.8 เมตร สามารถชมได้จาก 8 ทิศทาง คือ บน ล่าง ด้านหน้า ด้านหลัง ซ้าย ขวา ด้านในและด้านนอก โดยมี “น้ำตกโตวโปทัง” เป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในกลุ่มน้ำตกหวงกว่อซู่ ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากในเรื่องไซอิ๋ว ตอนที่พระถังซัมจั๋งและลูกศิษย์ทั้งสี่จูงม้าข้ามแม่น้ำ

ขณะที่ “ภูเขาฟ่านจิง” เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก เพราะป่าดึกดำบรรพ์และทัศนียภาพที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยความสูง 2,336 เมตรจากพื้นดิน มีสะพานลอยเชื่อมต่อสองฟากฝั่งเข้าด้วยกัน โดยมีวิหารตั้งอยู่ทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งประดิษฐานพระศรีศากยมุนี และอีกด้านหนึ่งประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย เป็นสิ่งยืนยันถึงการเปลี่ยนผ่านจากพระพุทธเจ้าในปัจจุบัน (พระศากยมุนี) ไปสู่พระพุทธเจ้าในอนาคต (พระไมตรีจิต) หากไต่ระดับขึ้นไปที่ 2,494 เมตร จะเห็นป่าหินทั้งใกล้และไกลได้อย่างชัดเจน มองดูราวกับลูกคลื่นและป่าไม้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด 

การจะไปเยี่ยมเยือนภูเขาฟ่านจิงควรจองล่วงหน้า 3 วัน โดยจะต้องเลือกเข้าประตูตามที่จองไว้ เช่นหากเลือกประตูตะวันตกจะใช้เวลาในการเดินขึ้นเขาประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วนั่งกระเช้ากลับการเข้าอุทยานจะแบ่งเป็นช่วง ๆ ตามรอบเนื่องจากพื้นที่อันจำกัด

ภูเขาฟ่านจิงเป็นยอดเขาหลักของเทือกเขาหวูหลิงสภาพอากาศด้านบนจะต่างกับด้านล่างค่อนข้างมากเพราะระดับความสูงที่แตกต่าง และหากอยู่ในช่วงที่ฝนตกหนัก ลมแรง หิมะตก หรือมีน้ำแข็งเกาะ พื้นที่อาจปิดชั่วคราว

“เสี่ยวฉีคง” สะพานหินโค้งเล็ก 7 โค้ง ที่ใช้เวลาในการสร้างถึง 15 ปี และเป็นที่รู้จักในชื่อ “ซูเปอร์บอนไซ” โดยผสมผสานทั้งภูเขา น้ำ ถ้ำ ป่า ทะเลสาบ และน้ำตก ในหุบเขาที่มีความยาวน้อยกว่า 2 กิโลเมตรมีน้ำตกอยู่ 68 แห่ง มีน้ำตกลายาเป็นน้ำตกที่งดงามตระการตา มีละอองน้ำกระจายกระจายไปทั่ว และผืนน้ำยาวราว 600 เมตร มีรากไม้พันอยู่ตามโขดหินท่ามกลางน้ำสีฟ้าใส เมื่อเดินไปแล้ว รู้สึกเหมือนอยู่ในสระน้ำแห่งนางฟ้าแห่งชิงเหยา

ด้านการท่องเที่ยววัฒนธรรม สันทนาการ มีหมู่บ้านชนเผ่าเหมียวซีเจียง เป็นหมู่บ้านเหมียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก รักษาสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมพื้นเมืองไว้อย่างสมบูรณ์ “หมู่บ้านซีเจียงเฉียนหูเมี่ยว” ชุมชนที่ยังคงรักษาวิถีดั้งเดิมประกอบด้วยหมู่บ้านธรรมชาติย่อย ๆ มากกว่า 10 แห่งที่สร้างอยู่บนภูเขา โดยปัจจุบันถือเป็นหมู่บ้านชาวเหมียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและในโลก ยามค่ำคืนแนะนำให้ขึ้นไปบนจุดชมวิวเพื่อชมทิวทัศน์อันตระการตาของแม่น้ำซีเจียง ท่ามกลางไฟนับพันดวงสว่างไสวราวกับดวงดาวที่ตกลงบนโลก

กุ้ยโจวยังโปรโมทการแข่งขัน“ชุนเชา” ฟุตบอลหมู่บ้าน เป็น “หมู่บ้านซูเปอร์ลีก” ช่วงเดือน ก.ค. 2566  ฟุตบอลหมู่บ้าน ที่เป็นกระแสไปทั่วจีน เป็นการแข่งขันฟุตบอลของนักเตะชาวบ้านจากหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ หลาอาชีพ ทั้งชาวบ้าน ตำรวจ ครู ชาวนา หรือ นักเรียน จัดขึ้นที่อำเภอหรงเจียง มณฑลกุ้ยโจว ซึ่งมีผู้เข้าชมกว่า 6 หมื่นคนในเกมเดียว

และยังมีหมู่บ้านบาสเกตบอลที่เป็นไฮไลท์ใหม่ทางการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่ผสมผสานวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยกับกระแสแฟชั่นสมัยใหม่ หวังดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก กีฬาบันจี้จัมพ์ก็เป็นจุดขายหนึ่ง เพราะกว่าครึ่งของร้อยสะพานที่สูงที่สุดในโลกอยู่ที่กุ้ยโจวนี่เอง และยังมีกระโดดร่มอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังเป็นมณฑลผลิตเหล้าม่าวไถที่เลื่องลือชื่อ และพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวดูวัฒนธรรมการกลั่นสุรา เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างชาติ กุ้ยโจวมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครอบคลุม เช่น ป้ายป้ายภาษาอังกฤษในแหล่งท่องเที่ยว ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนามบิน รวมถึงการรองรับบัตรธนาคารต่างประเทศอย่างทั่วถึง การจัดจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์ระยะสั้นด้วย ดูเพิ่มเติมที่ www.gzcyts.com