จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีคลิปเหตุการณ์ “ครูฝน” ครูฝ่ายปกครอง วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จังหวัดนครสวรรค์ ลงโทษนักศึกษาระดับ ปวช. ปี 1 ด้วยการนำน้ำผสมก้นบุหรี่ให้ดื่ม ภายหลังตรวจพบว่ามีการแอบสูบบุหรี่ภายในสถานศึกษา จนเป็นที่วิพากษ์กันทั้งในแง่สนับสนุนและต่อต้านในสังคม
คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 โดยเพื่อนนักศึกษา แสดงให้เห็นขณะครูฝนเรียกนักเรียนชาย 11 คนเข้าทำโทษ ด้วยการนำบุหรี่ที่ยึดได้มาผสมน้ำแล้วสั่งให้ดื่ม พร้อมกล่าวคำตำหนิที่รุนแรง จนเกิดการโต้เถียงเสียงดังกับนักเรียน ก่อนที่ครูอีกคนจะเข้ามาห้ามปราม
ต่อมาผู้ปกครองรายหนึ่งที่นำคลิปออกมาเผยแพร่ เปิดเผยว่าได้รับคลิปจากหลานชาย และรู้สึกไม่สบายใจกับวิธีลงโทษที่เกินควร แม้นักเรียนจะทำผิดจริง แต่การให้ดื่มน้ำผสมบุหรี่ถือว่าเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ และไม่เหมาะสมในการอบรมเยาวชน พร้อมเสนอให้ใช้วิธีอื่น เช่น ปรับเงิน หรือเรียกผู้ปกครองมารับผิดชอบแทน
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวิทยาลัยดังกล่าว และพบกับ “ครูฝน” ซึ่งออกมาเปิดใจด้วยน้ำตา ยอมรับว่ากระทำเกินกว่าเหตุ แต่ยืนยันว่าทำไปด้วยความหวังดี เผยนักเรียนกลุ่มนี้เคยถูกตักเตือนหลายครั้งเรื่องการสูบบุหรี่หลังอาคารเรียนซึ่งอยู่ติดชุมชน และยังมีพฤติกรรมท้าทายครูผู้สอน บางรายถึงขั้นซ่อนบุหรี่ในจุดที่ครูผู้หญิงไม่สามารถตรวจค้นได้
ช็อกตาค้าง! ครูเทคนิคสั่งนักเรียนดื่มน้ำผสมก้นบุหรี่ ลงโทษสุดปั่นป่วน โซเชียลเดือดจัด!…
เธอเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า ได้ใช้บุหรี่ที่ยังไม่ถูกดูดมาผสมน้ำเพียงเล็กน้อย หวังให้เด็กเข็ดจากรสและกลิ่นเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอันตราย พร้อมยอมรับว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม และขอโทษสังคมอย่างสุดซึ้ง “ครูผิดเองที่ใช้วิธีที่รุนแรงเกินไป แต่ครูอยากให้เด็กไม่เดินทางผิด ครูรักลูกศิษย์ทุกคน อยากให้มีอนาคตที่ดี”
ด้านผู้อำนวยการวิทยาลัย เปิดเผยว่า วิทยาลัยรับทราบเรื่องและได้สั่งพักงานครูฝนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ระหว่างรอสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับว่าครูมีเจตนาดี แต่ลงโทษเกินกว่าเหตุ ซึ่งทางวิทยาลัยจะปรับปรุงแนวทางในการลงโทษให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม และเพิ่มมาตรการตรวจสอบพฤติกรรมนักศึกษาให้เข้มงวดมากขึ้น สอดรับกับนโยบาย “โรงเรียนสีขาว” ของกระทรวงศึกษาธิการ
ทั้งนี้ แม้จะมีเสียงตำหนิจากหลายฝ่าย แต่ก็เริ่มมีผู้ปกครองบางรายเข้าใจ และส่งกำลังใจให้ครูฝน ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างของสังคมที่ยังถกเถียงไม่จบว่า “ความหวังดี…ควรมีขอบเขตแค่ไหน”



