นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่องค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration) หรือ FAA ได้ปรับระดับมาตรฐานการบินของประเทศไทย จาก Category 2 (CAT2) กลับไปสู่ Category 1 (CAT1) ทำให้สายการบินของไทยสามารถทำการบินไปยังสหรัฐอเมริกาได้ ซึ่งที่ผ่านมาสายการบินไทย เคยเปิดทำการบินไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถกลับไปทำการบินได้ เนื่องจากเครื่องบินที่มีอยู่ประจำฝูงบินของการบินไทยทั้ง 77 ลำ ใช้งานครบทุกลำ และแต่ละลำใช้งานเต็มขีดความสามารถประมาณ 13 ชั่วโมง เวลานี้จึงยังไม่มีแผนเปิดเส้นทางบินตรงไปสหรัฐอเมริกา

นายชาย กล่าวต่อว่า ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา สายการบินไทยได้ทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ-อินชอน(เกาหลีใต้)-ลอสแอนเจลิส(สหรัฐอเมริกา) ปรากฏว่าขาดทุนมาตลอดทุกปี เพราะเป็นเส้นทางบินที่ไกลมาก และก่อนหน้านี้ เคยทำการบินตรงไปยังลอสแอนเจลิส และนิวยอร์ก โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส A340 ใช้เวลาบินประมาณ 17 ชั่วโมง ต้นทุนในการทำการบินสูงมาก รายได้จากค่าตั๋วเครื่องบินต้องจ่ายค่าน้ำมันเกือบทั้งหมด ขณะที่แนวโน้มตลาดประเทศไทย ก็ไม่ได้มีความต้องการในเดินทางแบบพรีเมียม จึงยกเลิกทำการบินเส้นทางไปสหรัฐอเมริกาทั้งหมด

นายชาย กล่าวอีกว่า มีหลายคนถามมาเยอะมากว่า การบินไทยจะกลับไปเปิดบินเส้นทางสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ขอตอบว่า ปัจจุบันการบินไทยบินเข้าสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว 19 เมือง แต่ไม่ได้ทำการบินเอง เป็นการทำการบินผ่านสายการบินพันธมิตร 6 สายการบิน ซึ่งทำการตลาดและขายตั๋วร่วมกัน (Codeshare)  เสมือนการบินไทยทำการบินเอง หากถามว่าวันนี้การบินไทยจะกลับไปทำการบินเอง ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีเครื่องบิน แต่หากมีเครื่องบิน ก็เปิดบินไม่ได้ เพราะจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า เครื่องบินที่การบินไทยมีอยู่ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องบินปัจจุบัน หากจะบินตรงไปสหรัฐอเมริกา ขากลับต้องตัดผู้โดยสารออกประมาณ 100 คน มิฉะนั้นจะบินกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้ เพราะน้ำมันไม่พอ ดังนั้นการเปิดบินตรงจึงไม่ไหว ต้องหันมาใช้วิธีการทำโค้ดแชร์ ซึ่งจะเสริมสร้างเน็ตเวิร์ก สร้างความแข็งแกร่งให้กับการบินไทยด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลการประเมินของ FAA อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง หรือไม่ นายชาย กล่าวว่า มีแผนเพิ่มความถี่เส้นทางต่างๆ ทั้งในเอเชีย และยุโรป อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้การบินไทยทำการบินอยู่ทั้งหมด 64 เมืองทั่วโลก โดยในตารางบินฤดูหนาวปี 2568 มีแผนจะเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางต่างๆ จาก 843 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 883 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 40 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับการเดินทางในเส้นทางยอดนิยม อาทิ จีน อินเดีย เยอรมนี และญี่ปุ่น

นายชาย กล่าวอีกว่า ช่วงประมาณเดือน พ.ย. 2568 บริษัทฯ มีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ Airbus A321neo จำนวน 2 ลำ และในปี 2569 มีแผนรับมอบเครื่องบินอีก 15 ลำ และทยอยรับครบ 32 ลำภายในปี 2571 นอกจากนี้จะรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง B787-9 อีก 4 ลำ เริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.-พ.ค.2569 และจะรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง B787-10 อีก 18 ลำ เริ่มทยอยรับตั้งแต่ประมาณเดือน ก.ค.2570 อย่างไรก็ตามตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2576 การบินไทยจะมีเครื่องบินประจำฝูงบินทั้งหมด 150 ลำ ประกอบด้วย แอร์บัส A350-900 จำนวน 17 ลำ, แอร์บัส A320/A321neo จำนวน 52 ลำ, โบอิ้ง B777-300ER จำนวน 17 ลำ และโบอิ้ง B787 จำนวน 64 ลำ.