วันนี้ “เดลลินิวส์” ได้นำบทความ รศ. นพ.วิทย์ วิเศษสินธุ์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่พูดถึง “สาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง นิ่วในถุงน้ำดี”
“นิ่วในถุงน้ำดี” (gallstones ) คือ โรคที่เกิดจากการตกตะกอนของสารประกอบต่าง ๆ ในน้ำดี เมื่อตกตะกอนก็จะทำให้เกิดนิ่วขึ้นที่ถุงน้ำดี ผู้ป่วยอาจมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยเฉพาะเวลาทานอาหารประเภทไขมัน ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกมีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดีมากกว่าคนทั่วไป เกิดจากการ การตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) คอเลสเตอรอลและบิลิรูบิน (สารเคมีชนิดหนึ่งที่ให้สีเหลืองออกน้ำตาล เกิดจากการแตกตัวหรือการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด) ที่มีอยู่ในน้ำดี
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกผลึกของสารเหล่านี้เชื่อว่าเกิดจาก
- การติดเชื้อของทางเดินน้ำดี
- ความไม่สมดุลของส่วนประกอบคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี การตกผลึกของสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็ก ๆ หลาย ๆ ก้อนก็ได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่ว
- ความอ้วน : คนอ้วนจะเกิดนิ่วที่มีคอเลสเตอรอล เนื่องจากการบีบตัวของถุงน้ำดีลดลง
- ฮอร์โมนเอสโตร : การได้ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากการรับประทานหรือตั้งครรภ์ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง
- ยาลดไขมัน : การได้ยาลดไขมันบางชนิดทำให้คอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง
- โรคประจำตัว : ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมาก ๆ
- น้ำหนักลดรวดเร็ว : การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายละลายไขมันมากไป
ใครมีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดีบ้าง
นิ่ว ในถุงน้ำดี (gallstone) มักพบในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้มีโอกาสเกิด นิ่ว ในถุงน้ำดีมากกว่าคนทั่วไป โดยกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสูง ได้แก่
- ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน
- ผู้ที่มีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
- ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

นิ่วในถุงน้ำดี อาการ
นิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่แสดงอาการในบางราย แต่หากมีอาการ มักเป็นผลจากการอุดตันของท่อน้ำดีหรือการอักเสบในถุงน้ำดี
อาการระยะแรก
- ท้องเฟ้อบริเวณเหนือสะดือ
- เรอ
- คลื่นไส้
- อาเจียน
คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย ซึ่งมักเป็นหลังกินอาหารมัน ๆ ในรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนไปอุดในท่อส่งน้ำดี จะมีอาการปวดบิดรุนแรงเป็นพัก ๆ ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา ซึ่งอาจปวดร้าวมาที่ไหล่ขวาหรือบริเวณหลังตรงใต้สะบักขวา มักปวดนานเป็นชั่วโมง ๆ และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
อาการรุนแรง
- ปวดรุนแรงจนเหงื่อออก
- เป็นลม
- ปวดท้องกินอาหารมันหรือกินอาหารมื้อหนัก
- มีอาการดีซ่าน (ตาเหลือง) เกิดขึ้นตามหลังอาการปวดท้อง
การตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งผิดปกติ มักไม่มีไข้ บางครั้งอาจตรวจพบอาการกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณใต้ลิ้นปี่และได้ชายโครงขวา



