สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ ว่านับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงประนีประนอมทางการค้ากับสหรัฐ ระหว่างการเจรจาที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จีนปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด “อย่างเคร่งครัด” ตรงข้ามกับสหรัฐ ที่เป็นฝ่าย “บ่อนทำลาย” ข้อตกลง
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้าฝ่ายเดียวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนและความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับจีน ยิ่งทวีความรุนแรง
หากรัฐบาลวอชิงตันยังคงเดินหน้าแนวทางแบบนี้ และยังไม่ยุติการเคลื่อนไหวเพื่อมุ่งทำลายผลประโยชน์ของจีน รัฐบาลปักกิ่งไม่ลังเลที่จะตอบโต้อย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตัวเอง
China and the US had agreed during talks in Geneva in early May to a deal that would temporarily reduce their tit-for-tat tariffs. https://t.co/MvTNCH37wA pic.twitter.com/3zP8UyiE09
— Financial Times (@FT) June 2, 2025
ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสองประเทศ คือจีนลดภาษีให้สหรัฐ จาก 125% เหลือ 10% ส่วนสหรัฐลดภาษีให้จีนจาก 145% เหลือ 30% เป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จุดชนวนความตึงเครียดขึ้นมาอีก ด้วยการกล่าวว่า จีนเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง โดยไม่มีการอธิบาย
ขณะที่นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ ย้ำว่า ผู้นำสหรัฐกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน “ต้องคุยกัน” เพื่อให้การหารือคืบหน้า
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์กล่าวว่า กระบวนการส่งออกสินค้าสำคัญบางรายการจากจีนมายังสหรัฐ “กลับล่าช้า” ทั้งที่ตกลงกันแล้วระหว่างการเจรจาที่เมืองเจนีวา หนึ่งในนั้นคือ การอนุมัติการส่งออกแร่ธาตุหายาก ซึ่งอาจเป็นความล่าช้าตามขั้นตอนของจีนเอง “หรืออาจเป็นเจตนา” และแสดงความหวังว่า ประเด็นนี้จะได้รับการคลี่คลาย ในการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



