เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สนตลิ่งชัน สั่งการให้ พ.ต.ท.พงษ์ธวัช คงเสือ รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน พ.ต.ท.โกศล ยมศรีเคน สว.สส.สน.ตลิ่งชัน พร้อมฝ่ายสืบสวน ร่วมกันติดตามจับกุมแก๊งคนร้ายตระเวนลักมิเตอร์น้ำ มีผู้เสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายใช้รถ จยย.ยามาฮ่า นูโว สีดำ-เหลือง ทะเบียน 3 กฒ 2525 กรุงเทพมหานคร และรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีเทา ทะเบียน รตน 801 กรุงเทพมหานคร โดยคนร้ายทั้งหมดอยู่บ้านเลขที่ 295 ซอยบรมราชชนนี 60 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปซุ่มสังเกตุรถจยย. 2 คัน ดังกล่าว กระทั่งพบตัว นายรุ่งวิไกร หรือ กุล เพ็งสว่าง อายุ 18 ปี พร้อมกับนายพิชาภพ หรือ ปาล์ม ฉายาแหลมหลัก อายุ 22 ปี เดินหิ้วกระสอบปุ๋ยกับกระเป๋าสะพายออกมาจากบ้านหลังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น คนร้ายทั้ง 2 คน ตกใจวิ่งหลบหนีกระโดดลงไปในคลองในคลองบัว ทิ้งกระสอบปุ๋ยและกระเป๋าสะพายไว้ ต่อมาคนร้ายทั้ง 2 คน ทนหนาวไม่ไหวยอมขึ้นมามอบตัวแต่โดยดี

จากการตรวจสอบในกระสอบปุ๋ย พบตัวมิเตอร์น้ำทำจากทองเหลือง 10 ตัว น้ำหนักประมาณ 7ก.ก. ส่วนฝนกระเป๋าสะพายพบฆ้อน 1 ด้าม จึงยึดไว้เป็นของกลาง ต่อมาตำรวจตามไปจับกุมตัวนายชัยชาญ หรือ กิ่ง เพ็งสว่าง อายุ 21 ปี พี่ชายนายรุ่งวิไกร ได้ในบ้านเลขที่ 295 ตรวจค้นในบ้าน พบตัวมิเตอร์ที่เป็นตัวเลขอยู่จำนวนหนึ่ง จากนั้นคนร้ายทั้งหมดรับสารภาพว่า โยนตัวมิเตอร์ตัวเลขพลาสติกลงในคลองบัว จึงให้ทั้งหมดลงไปงมหา พบมิเตอร์กว่า 50 อัน จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปสอบสวนที่ สน.ตลิ่งชัน

จากการสอบสวนนายรุ่งวิไกร ให้การว่า พวกตนได้ความคิดมาจากลูกพี่ เคยบอกว่าในมิเตอร์น้ำมีทองเหลือง สามารถนำไปขายเป็นเงินได้ แต่ตอนนี้ลูกพี่ติดคุกไปแล้ว พวกตนจึงรวมตัวกันตระเวนก่อเหตุ เริ่มทำได้ประมาณ 2 เดือน โดยจะสลับกันออกหาของกันทุกวัน ส่วนมากจะออกก่อเหตุช่วงกลางคืน วิธีการ คือ ปิดวาล์วน้ำ แล้วกระชากมิเตอร์น้ำออก เอาฆ้อนทุบท่อพีวีซีให้แตก เอาแต่ตัวมิเตอร์ เคยลักได้มากสุดคืนละ11ตัว หลังจากนั้นจะเอาไปทุบเพื่อแยกส่วนที่เป็นพลาสติกออก ตัวพลาสติกโยนทิ้งลงคลอง เหลือตัวทองเหลืองนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าย่านบางแวกในราคากิโลฯ ละ 170 บาท เมื่อได้เงินมาก็เอามาแบ่งกันกินเที่ยวจนหมด ซึ่งพวกตนจะตระเวนก่อเหตุในพื้นที่บก.น.7 และ จ.นนทบุรี โดยก่อเหตุล่าสุดเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาในท้องที่สน.ตลิ่งชัน ได้มิเตอร์10ตัว

จากการตรวจสอบประวัตินายพิชาภพ เคยต้องคดีเสพยา ส่วนนายชัยชาญ มีคดีลักทรัพย์และเสพยา จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายส่งพนักงานสอบสวนแจ้งขอหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและรับของโจรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.