สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า นางแองเจลิก เมเลต์ นักสมุทรศาสตร์จาก “เมอร์คาเตอร์ โอเชียน อินเตอร์เนชันแนล” (เอ็มโอไอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังของยุโรป กล่าวว่า การดูดซับความร้อนส่วนเกินที่ถูกก๊าซเรือนกระจกกักเก็บในชั้นบรรยากาศ มากกว่า 90% ทำให้มหาสมุทรอุ่นเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (ไอพีซีซี) กล่าวว่า อัตราความร้อนและการดูดซับความร้อนของมหาสมุทร เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า นับตั้งแต่ปี 2536

ทั้งนี้ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยแตะระดับสูงสุดใหม่เมื่อปี 2566 และ 2567 ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานบริการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของสหภาพยุโรป (อียู) “โคเปอร์นิคัส ไคลเมต เชนจ์ เซอร์วิส” (ซี3เอส) ระบุว่า แม้อุณหภูมิของมหาสมุทรลดลงในช่วงต้นปี 2568 แต่มันยังคงสูงเป็นประวัติการณ์

ไอพีซีซี ระบุในรายงานเกี่ยวกับมหาสมุทรฉบับพิเศษว่า คลื่นความร้อนในทะเลมีความถี่เพิ่มขึ้นสองเท่า คงอยู่ยาวนานขึ้น รุนแรงยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบต่อพื้นที่วงกว้าง

อนึ่ง ทะเลที่อุ่นขึ้นทำให้พายุรุนแรงกว่าเดิม และส่งผลร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถอพยพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปะการัง และระบบนิเวศหญ้าทะเล

ยิ่งไปกว่านั้น การดูดซับความร้อนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมาก ยังส่งผลให้ระดับออกซิเจนในมหาสมุทรลดลง และทำให้สภาพน้ำมีความเป็นกรดมากขึ้นด้วย.

เครดิตภาพ : AFP