เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่าหลังจากเกิดกระแสข่าวสถานการณ์ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา พบว่าแม้ตลาดจะยังเปิดค้าขายกันตามปกติ แต่กลับเงียบเหงาเป็นอย่างมาก คาดว่าเกิดจากประชาชนและนักท่องที่ยว ต่างรู้สึกวิตกกังวลและไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน จึงไม่กล้าเข้ามาเที่ยวเลือกซื้อสินค้าเช่นเดิม มีเพียงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวบางตา โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและกัมพูชา ต่างต้องการให้รัฐบาลและทหารของทั้ง 2 ประเทศ เจรจากันอย่างสันติวิธี ไม่อยากให้เกิดความบาดหมางไปจนเกิดสงคราม เพราะจะทำให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ ต้องได้รับความเดือดร้อนเหมือนในอดีต

ขณะที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ห่างจากตลาดการค้าชายแดนช่องจอมออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร พบว่ามีประชาชนทั้งสองประเทศ เดินทางเข้า-ออกได้ปกติ แต่ชาวกัมพูชาข้ามแดนเข้ามาลดลง จากปกติวันละ 200-300 คน ปัจจุบันเหลือวันละ 100 กว่าคนเท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ของไทย มีการตรวจตราการเข้าออกอย่างเข้มงวด ส่วนที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่ามีประชาชนเดินทางไปมอบของให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารอย่างต่อเนื่อง

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 06910002.00_04_01_01.Still092.jpg

ด้าน น.ส.นัฐปภัสร์ แม็คอัลลิสเตอร์ เจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือ “แอนออโต้โฟน” ตั้งอยู่ในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนอยากให้ทั้งสองประทศปรองดอง อย่าทะเลาะกัน ลำบากพ่อค้าแม้ค้าตามแนวชายแดน ตลาดช่องจอมเงียบมาก ทั้งคนไทยและกัมพูชาในพื้นที่ ก็ไม่อยากให้สองประเทศมีปัญหากัน ประชาชนไม่กล้ามาเที่ยว ทั้งที่บรรยากาศในพื้นที่ปกติ ขออย่าตื่นตระหนกกับกระแสข่าว อยากให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะไม่เกิดสงคราม ให้ประชาชนได้กล้าเข้ามาเที่ยวชายแดน เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลาดช่องจอมกันมากๆ ของป่ากำลังออกวางขายที่หลังตลาดจำนวนมาก มาเลือกซื้อได้ทุกวัน ยังเปิดปกติ.