นายนาบิล ซุลตาน รองประธานบริหารฝ่ายบริหารผู้โดยสาร และการบริหารระดับประเทศ สายการบินเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า สายการบินเอมิเรตส์ เลือกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินของสายการบินฯ เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นจุดบินของเอมิเรตส์ที่คึกคักมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเป็นจุดเชื่อมต่อ (Connect Point) ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเครื่อง หรือต่อเครื่องของการเดินทางทั้งจากอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลางได้อย่างดี โดยกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักเดินทาง ทั้งท่องเที่ยว ชอปปิง รวมถึงดูแลสุขภาพ (Healthcare) และรักษาทางการแพทย์ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2568 สายการบินฯ เปิดเส้นทางบินใหม่จากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สู่ดานัง ประเทศเวียดนาม และเสียมราฐ (เสียมเรียบ) ประเทศกัมพูชา โดยใช้ ทสภ. เป็นจุดพักเครื่องบิน

นายนาบิล กล่าวต่อว่า การเปิดตัวเส้นทางบินใหม่ทั้ง 2 เส้นทางผ่านกรุงเทพฯ เป็นก้าวสำคัญของเอมิเรตส์ ในการขยายเครือข่ายเส้นทางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่เลือกประเทศไทยเป็นประตูยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมต่อในภูมิภาคนี้ ปัจจุบันสายการบินฯ ให้บริการครอบคลุมแล้ว 23 จุดหมายปลายทางในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ได้จัดพิธีตัดเค้กเฉลิมฉลองการเปิดเส้นทางบินใหม่ และเปิดตัวเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ที่ห้องพักรับรองพิเศษผู้โดยสารสายการบินเอมิเรตส์ บริเวณอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ทสภ. ด้วย

นายนาบิล กล่าวอีกว่า สายการบินเอมิเรตส์ ให้บริการเที่ยวบินสู่ดานังผ่านกรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ในวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 ให้บริการเที่ยวบินแรกเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2568 ขณะที่เที่ยวบินสู่เสียมราฐผ่านกรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันอังคาร, พฤหัสบดี และวันเสาร์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 ให้บริการเที่ยวบินแรกเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2568 สำหรับ 2 เส้นทางนี้ ได้วางแผนอย่างรอบคอบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ผู้โดยสาร ด้วยการเชื่อมต่อที่เหมาะสมที่สุด และเข้าถึงเมืองสำคัญในยุโรปได้อย่างราบรื่น ตลอดจนเมืองสำคัญในสหรัฐอเมริกา

โดยระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ ผู้โดยสารสามารถพักผ่อนในห้องพักรับรองพิเศษของสายการบิน ที่อาคาร SAT-1 ซึ่งเป็นห้องพักรับรองที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่นอกดูไบ โดยเปิดบริการเมื่อเดือน ม.ค. 2568 ใช้เงินลงทุน 175 ล้านบาท พื้นที่ 1,454 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 250 คน

นายนาบิล กล่าวด้วยว่า เส้นทางบินใหม่นี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า และความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสแก่ผู้โดยสารจากยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ในการเดินทางมายังกรุงเทพฯ, เวียดนาม และกัมพูชา มากขึ้น อย่างไรก็ตามสายการบินเอมิเรตส์ เปิดให้บริการในไทยตั้งแต่ปี 2533 ปัจจุบันให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ และดูไบ วันละ 5 เที่ยวบิน และระหว่างภูเก็ตและดูไบ วันละ 2 เที่ยวบิน พร้อมทั้งให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และฮ่องกง วันละ 1 เที่ยวบิน เชื่อมต่อไทยกับกว่า 140 จุดหมายปลายทางใน 6 ทวีป โดยปีที่ผ่านมา ให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางเหล่านี้รวมประมาณ 5 แสนคน คาดว่าการเปิดให้บริการเส้นทางเชื่อมต่อดานัง และเสียมเรียบ จะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%



