สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวถึง “ข้อเสนอนิวเคลียร์ของสหรัฐ” เป็นแนวทางที่ “ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับอุดมการณ์ของการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 2522” และกล่าวเสริมว่า “การเป็นอิสรภาพไม่ได้หมายความว่า ต้องรอไฟเขียวจากสหรัฐ หรือต้องทำให้สหรัฐชื่นชอบ”
ท่าทีดังกล่าวของผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แม้การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ แต่ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลเตหะราน ต้องไม่มีการระบุในเชิงเปิดโอกาสให้รัฐบาลเตหะรานสามารถเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
Iran vows to never give up its enrichment of uranium, while a proposal by the US stipulates it being done under an international consortium to fuel Tehran's civilian nuclear program; all the while, Trump has stated no enrichment will happen in Iran – can the sides bridge the gap? pic.twitter.com/eena9L3Viz
— i24NEWS English (@i24NEWS_EN) June 4, 2025
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อิหร่านยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาของตะวันตก ว่าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อผลิตอาวุธ โดยยืนยันว่า “เป็นโครงการปรมาณูเพื่อสันติ”
อย่างไรก็ตาม รายงานที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ระบุว่า อิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในระดับใกล้เคียงกับการผลิตอาวุธได้ถึง 60% ภายในระยะเวลาสามเดือนล่าสุด ใกล้เคียงกับระดับ 90% ที่สามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์.
เครดิตภาพ : AFP



