จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่จริงและจำลองเหตุการณ์ ณ อิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำเป็นระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI คือ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology) ในการแสดงเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ พิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว. จำนวน 138+2 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการในส่วนของกฎหมายการเลือกตั้ง ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับดีเอสไอ 7 ราย ประกอบด้วย

1.ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธานกรรมการ
2.พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
3.นางสุทธิดา คงเดชา ผู้อํานวยการสํานักสืบสวนสอบสวน 1
4.นายชาญชัย สมาคม ผู้อํานวยการสํานักสืบสวนสอบสวน 2
5.นายระวี อักษรศิริ ผู้อํานวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญากรมสอบสวนคดีพิเศษ
6.นายเอกรินทร์ ดอนดง ผู้อํานวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ ของคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
7.นายประเคียง เพียรดี ผู้อํานวยการฝ่ายสืบสวนสอบสวน 5

ทั้งหมดได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบกรณีเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. 2567 ในฐานความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 อาทิ มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 77 (1) มาตรา 62 เป็นต้น กระทั่งล่าสุดสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหนังสือเชิญบรรดาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้แล้ว 126 ราย แบ่งเป็น ลอตที่ 1 จำนวน 55 ราย ลอตที่ 2 จำนวน 10 ราย ลอตที่ 3 จำนวน 24 ราย ลอตที่ 4 จำนวน 16 ราย และลอตที่ 5 จำนวน 21 ราย ตามที่มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. “ผู้สื่อข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ลงพื้นที่ไปยังสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อจำลองสถานการณ์และนำไปจัดทำแผนที่แสดงพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว. ด้วยเทคโนโลยี GEO-AI ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology) มาใช้ในการแสดงเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ ผ่านการใช้เครื่องเลเซอร์สแกน (Laser scan) อาคารอิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี เพื่อสร้างแบบจำลองสถานที่เลือกตั้งเป็นแบบ 3D Mapping

หลังจากนั้นจะใช้ AI วิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวนหลายไฟล์ภาพที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สื่อมวลชน และภาคประชาชน วิเคราะห์กลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมการกระทำความผิดในการเลือกตั้ง และให้ AI ช่วยจับพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวและแสดงเป็นตำแหน่งบนแผนที่ 3D Mapping แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนั้น ประกอบกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อย่างไรก็ตาม ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนหลังจากการลงพื้นที่สำรวจและจำลองสถานการณ์ ดีเอสไอได้มีความคืบหน้าสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดทำระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ปัจจุบันนี้การจัดทำระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างสรุปข้อมูลเพื่อที่จะส่งให้คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน (กกต.) และคณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ภายในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ซึ่งระบบ AI ดังกล่าว แบ่งเป็น 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.เรื่องคะแนน เจ้าหน้าที่ได้มีการใช้ AI ดึงข้อมูลออกมาจากวิดีโอ เพื่อให้เห็นภาพการลงคะแนนทั้งหมด และนำผลคะแนนที่ได้ไปให้นักวิชาการทางด้านคณิตศาสตร์วิเคราะห์ความน่าจะเป็น 2.การใช้ AI ในการดึงข้อมูลภาพผู้สมัครวุฒิสภา (สว.) จากวิดีโอทั้งหมดในวันดังกล่าว (26 มิ.ย. 67) เพื่อใช้ดูพฤติกรรมกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ว่ามีพฤติกรรมอย่างไร มีการรวมกลุ่มส่วนใดของอาคารบ้าง

3.การจำลองสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือการจัดทำแผนที่ 3D Mapping จากนั้นจึงไปเอาข้อมูลภาพผู้สมัครวุฒิสภาจากวิดีโอทั้งหมด มาใช้แสดงตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้ยังดำเนินการไม่เสร็จถึง 100% เพราะตัวกล้องบันทึกภาพวิดีโอที่ได้ข้อมูลมาจาก กกต. สื่อมวลชน ภาคประชาชน ฯลฯ มันยังไม่ได้มีการค่าเวลาที่ชัดเจน แต่มันเป็นการนับเวลาต่อเนื่อง และตัวกล้องที่ตั้งบันทึกไว้ไม่ได้มีการออกแบบตั้งตำแหน่งพิกัดของภาพ (พารามิเตอร์) ไว้แต่แรก จึงทำให้การจะดูว่าบุคคลใดเคลื่อนที่ไปจุดใดบ้างนั้น ยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้าง จึงต้องใช้วิธีสร้างแบบจำลองจากข้อมูลที่มีการเลือกในรอบเช้าและรอบบ่าย ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในคูหา กลุ่มใดบ้าง จึงมีการกำหนดเลยว่าสมาชิกวุฒิสภารายนั้น ในเวลาใดบ้าง ขยับเคลื่อนที่ไปอยู่จุดใดในอาคาร

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุต่อว่า สำหรับข้อมูลที่ได้จัดทำไว้ โดยเฉพาะในส่วนของข้อมูลที่ต้องนำส่งให้ กกต. คือ การใช้ AI ดึงข้อมูลภาพผู้สมัครวุฒิสภา (สว.) จากวิดีโอทั้งหมดในวันที่ 26 มิ.ย. 67 เพื่อใช้ดูพฤติกรรมกลุ่มบุคคลต้องสงสัยนั้น ด้วยความที่ข้อมูลมีจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงจัดทำในรูปแบบของตารางแสดงข้อมูล (Database) เพื่อบอกถึงการบันทึกภาพ (Record) ในแต่ละช่วง ว่าเป็นการแสดงภาพพฤติกรรมของสมาชิกวุฒิสภารายใด ซึ่งตารางข้อมูลนี้ จะใส่ชื่อและสกุลพร้อมภาพประกอบ (Thumbnail) ขนาดเล็กไว้ด้วยว่าเป็น สว. คนไหน รวมถึงจะมีคำให้การในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญว่าจากการสืบสวนสอบสวน พบข้อมูลและพฤติกรรมของ สว. แต่ละรายอย่างไรบ้าง

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุอีกว่า พฤติการณ์ความผิดปกติที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากไฟล์ภาพวิดีโอทั้งหมดภายในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ยอมรับว่าพบพฤติกรรมพิรุธหลายอย่าง ยกตัวอย่าง กรณีที่มีกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่มเลือกที่จะใส่เสื้อสีเหลืองในวันดังกล่าว ทั้งที่เสื้อผ้าสีเหลืองการสวมใส่ในวันนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่สมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่มกลับนัดหมายด้วยการแต่งกายเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ กกต. และกรณีการเดินทางมายังสถานที่เลือกตั้ง แต่ละกลุ่มมีการเดินทางด้วยพาหนะใดบ้าง บางคนมารถส่วนตัวอเนกประสงค์ บางคนมาด้วยรถสาธารณะ หรือแม้กระทั่งการเดินทางมาด้วยกัน และตลอดทั้งวันมีการรวมกลุ่มกันอย่างไร เป็นต้น

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า สิ่งที่สำคัญนอกจากพฤติกรรมรวมกลุ่มกัน คือ พิรุธการกาคะแนน เพราะเมื่อให้นักวิชาการด้านคณิตศาสตร์ได้วิเคราะห์ลักษณะการกาคะแนน ก็พบความผิดปกติในแต่ละหีบบัตร ทั้งนี้ การรวบรวมพยานหลักฐานของดีเอสไอ เน้นพยานหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มีความเอนเอียง เพราะหลักฐานทั้งหมดจะมีพยานผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ร่วมให้ความเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI พบว่า จะมีการแบ่งส่วนต่าง ๆ ภายในอาคารอิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี จำลองโมเดลไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบล็อกกิ้งทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ ทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย อาทิ การวางเก้าอี้ของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา โต๊ะของเจ้าหน้าที่ กกต. ตัวกล้องที่ใช้บันทึกภาพภายในบล็อกกิ้งนั้น ๆ ว่าติดตั้งในตำแหน่งใดบ้าง คูหาการหย่อนบัตรลงคะแนน นอกจากนี้ ยังมีการแทนค่ารหัสหมายเลขของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาต้องสงสัยทั้ง 138+2 ราย เพื่อระบุพิกัดว่าใครอยู่ตำแหน่งใดบ้างในวันเกิดเหตุ อย่างไรก็ดี ระบบแผนที่อัจฉริยะดังกล่าว ยังจำแนกสัดส่วนภายในอาคารอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนที่ถูกระบุว่าเป็นตัวอาคาร Impact Forum, ส่วนที่ถูกระบุ Level 1 – ส่วนพักคอย, ส่วนที่ถูกระบุ Level 2 – ส่วนเลือกตั้ง เป็นต้น 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมูล พบว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษมีการรวบรวมข้อมูลว่าใครเลือกใครในรอบสุดท้าย โดยใช้การวิเคราะห์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดของ กกต. ที่ติดตั้งภายในอาคาร และให้ AI ส่องบัตรชนิดเฟรมต่อเฟรม ในรอบบ่าย (รอบไขว้สาย) ลงคะแนน สว. ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่ กกต. ยกบัตรและขานเลขที่เลือก ซึ่งเลือกได้ไม่เกิน 5 คน มีจํานวนบัตรทั้งสิ้น 3,200 ใบ โดย AI จับภาพไว้เป็นหลักฐานได้ 2,478 ภาพ สาเหตุที่จับภาพไม่ครบ 3,200 ใบ เพราะมีบางช่วงไฟดับ หรือกล้องหันไม่ตรงกับจังหวะที่ชูบัตรเพื่อขานเลขที่เลือก โดยเฉพาะกลุ่มสีน้ำเงินในแต่ละกลุ่มอาชีพที่โหวตตามโพย จำนวน 433 คน จากจำนวนทั้งหมด 800 คน เมื่อแปลงหมายเลขเป็นชื่อคน ได้ผลดังนี้ 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ IMG_4599-1126x1280.jpeg

สาย ก, กลุ่ม 7 พนักงานหรือลูกจ้างเอกชน จำนวน 77 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ก7-11 , ก7-13 , ก7-16 , ก7-20 

สาย ก, กลุ่ม 11 ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว จำนวน 70 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ก11-13, ก11-16, ก11-20, ก11-7

สาย ก, กลุ่ม 13 วิทยาศาสตร์ เทคฯ สื่อสาร นวัตกรรม จำนวน 73 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ก13-11, ก13-16, ก13-20, ก13-7 

สาย ก, กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง กีฬา จำนวน 75 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ก16-11, ก16-13, ก16-20, ก16-7 

สาย ก กลุ่ม 20 อื่น ๆ ซึ่งในกลุ่มนี้มีคนสำคัญอย่าง นายอลงกต วรกี จำนวน 78 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ก20-7, ก20-11, ก20-13, ก20-16

สาย ข กลุ่ม 1 การบริหารราชการ/ความมั่นคง กลุ่มนี้ก็มีแกนนำอย่าง นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, นายมงคล สุระสัจจะ จำนวน 56 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ข1-17, ข1-18, ข1-6, ข1-4 

สาย ข กลุ่ม 4 การสาธารณสุข จำนวน 67 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ข4-1, ข4-17, ข4-18, ข4-6

สาย ข กลุ่ม 6 อาชีพทําสวน จำนวน 51 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ข6-17, ข6-18, ข6-4, ข6-1

สาย ข กลุ่ม 17 ประชาสังคม NGO จำนวน 50 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ข17-1, ข17-18, ข17-6, ข17-4

สาย ข กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน วรรณกรรม จำนวน 46 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ข18-1, ข18-4, ข18-6, ข18-17

สาย ค กลุ่ม 5 อาชีพทํานา จำนวน 38 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ค5-12, ค5-15, ค5-9, ค5-8

สาย ค กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาฯ (ไฟดับ กล้องจับภาพได้ไม่ครบ) จำนวน 56 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ค8-12, ค8-5, ค8-9, ค8-15

สาย ค กลุ่ม 9 ผู้ประกอบกิจการขนาดกลาง/ขนาดย่อม (กล้องไม่หันเข้าคูหา) จำนวน 44 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ค9-12, ค9-15, ค9-8, ค9-5

สาย ค กลุ่ม 12 ผู้ประกอบอุตสาหกรรม จำนวน 43 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ค12-15, ค12-5, ค12-8, ค12-9

สาย ค กลุ่ม 15 ผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ อัตลักษณ์ จำนวน 46 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ค15-12, ค15-5, ค15-8, ค15-9 

สาย ง กลุ่ม 2 กฎหมาย/กระบวนการยุติธรรม จำนวน 36 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ง2-10, ง2-3, ง2-13, ง2

สาย ง กลุ่ม 3 การศึกษา จำนวน 43 ฉบับ  พบซ้ำ ๆ กัน คือ ง3-10, ง3-2, ง3-14 

สาย ง กลุ่ม 10 ผู้ประกอบกิจการอื่น จำนวน 41 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ง10-2, ง10-3, ง10-19

สาย ง กลุ่ม 14 กลุ่มสตรี แม่บ้าน (ไฟดับ) จำนวน 27 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ง14-10, ง14-2, ง14-3

สาย ง กลุ่ม 19 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (กล้องไม่หันเข้าคูหา) ในกลุ่มนี้มีบุคคลที่น่าสนใจ คือ นายโชคชัย กิตติธเนศวร น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย จำนวน 57 ฉบับ พบซ้ำ ๆ กัน คือ ง19-10, ง19-2, ง19-3, ง19-14.