นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปีที่ผ่านมาว่า มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 300,000 ล้านบาท และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 15-20% โดยมีจำนวนกิจการรวม 673 กิจการ รวมทั้งสิ้น 167,723 สาขา ทั้งนี้ แฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม และบริการ โดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้เงินลงทุนต่ำ ซึ่งอันดับ 1 คือ กลุ่มอาหารและเบเกอรี ที่มีจำนวนสูงถึง 219 กิจการ คิดเป็น 32.54%
ด้วยปัจจัยสนับสนุนที่ผู้คนหันมาสนใจและอยากมีธุรกิจของตัวเองเพิ่มขึ้น ทางบริษัทฯ จึงได้จัด 2 งานแสดงสินค้าครั้งยิ่งใหญ่พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 ณ ไบเทค บางนา ได้แก่

งานแสดงแฟรนไชส์และโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 22 ภายใต้ธีม “Franchise Beyond Limits” ภายในงานได้รวบรวมแบรนด์แฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ จากประเทศไทยและอีก 8 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และสเปน มาร่วมจัดแสดงเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจอยากเริ่มต้นทำธุรกิจได้เจรจาการค้ากับเจ้าของแบรนด์โดยตรง
โดยครอบคลุมสินค้าและบริการใน 14 หมวดหมู่ธุรกิจหลัก คือ
- กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจชานมไข่มุก, ธุรกิจกาแฟ และธุรกิจเบเกอรี
- กลุ่มธุรกิจบริการและไลฟ์สไตล์ ธุรกิจการศึกษาและสถาบันกวดวิชา, ธุรกิจร้านสะดวกซัก, ธุรกิจคาร์แคร์และศูนย์ดูแลรถยนต์ และธุรกิจค้าปลีก
- กลุ่มระบบและโซลูชันเพื่อการพาณิชย์ ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ, ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้า (OEM), ระบบบริหารจัดการร้านค้าและการขายหน้าร้าน (POS) และอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับธุรกิจอาหาร
- กลุ่มการลงทุนและที่ปรึกษา ธุรกิจที่ปรึกษาด้านแฟรนไชส์ และธุรกิจการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

งานแสดงเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค จัดขึ้นภายใต้ธีม “Retail XI – Experience. Expansion. E-Commerce Excellence” รวบรวมสินค้าและบริการกว่า 100 แบรนด์ชั้นนำจากไทย จีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน นำเสนอโซลูชันเพื่อธุรกิจค้าปลีกแบบครบวงจรทุกระดับ ตั้งแต่ร้านค้าปลีกทั่วไป ซุปเปอร์มาร์เกต ศูนย์การค้า ไปจนถึงโมเดิร์นเทรด อาทิ ระบบ POS, ERP, CRM, AI, Martech, อุปกรณ์ไลฟ์สด, ระบบชำระเงิน, ระบบบริหารคลังสินค้า, ตู้จำหน่ายสินค้าและตู้ล็อกเกอร์อัตโนมัติ รวมถึงเทคโนโลยีสื่อสารหน้าร้านอัจฉริยะ
นายกวิน กล่าวเสริมว่า ภายในงานยังมีโซนพาวิลเลียนจากต่างประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของแต่ละประเทศ ได้แก่ TAIWAN PAVILION และ MALAYSIA PAVILION ที่นำแบรนด์ดังทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และบริการ มาให้คนไทยได้เลือกจับจองขยายสาขา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ เวิร์กชอปจากกูรูด้านการเงินและการลงทุน รวมถึงกิจกรรมจากศิลปิน ดารา และนักขายตัวท็อปของวงการมาร่วมแชร์ประสบการณ์อย่างใกล้ชิด ตั้งเป้าหมายตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานรวมกว่า 18,000 คน จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และจะสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนสะพัดให้เกิดขึ้นภายในงานได้มากกว่า 500 ล้านบาท



