เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กลุ่มสำนักความปลอดภัยและร้องทุกข์เพื่อการสอบสวน พร้อมผู้ปกครองและนักเรียน ประมาณ 30 คน เดินทางยื่นหนังสือถึงว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เรื่องขอคัดค้านการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2568 โดยมีตัวแทนจากสำนักวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกมารับเรื่องร้องเรียน  ซึ่งกลุ่มผู้ร้องเรียนได้ชูป้ายระบุข้อความว่า เราไม่ต้องการหลักสูตรใหม่ ไล่มันออกไปพวกทำลายการศึกษา ไล่ออกไปพวกขี้ข้าการเมือง ประธานกพฐ.กรรมการกพฐ.ออกไป วิถีชีวิตคนไทยต้องได้เรียน 8 วิชา

โดยนายธนกฤต ศรีบุญเอียด ประธานสำนักความปลอดภัยและร้องทุกข์เพื่อการสอบสวน กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง นักเรียน และครูถึงการปรับหลักสูตรใหม่ เนื่องจากการปรับหลักสูตรใหม่นั้นไม่ได้มีวิชาคุณธรรมและจริยธรรม โดยอยากให้มีการคงหลักสูตร 8 กลุ่มสาระวิชาการเรียนรู้เอาไว้ ซึ่งตนคิดว่าการจะปรับเปลี่ยนหลักสูตรใหม่จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์  และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากครูและนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และภาคธุรกิจสายอาชีพอย่างทั่วถึง ใช้เวทีทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ เวิร์กช็อป และฟังเสียงจากโรงเรียทุกประเภท

นายธนกฤต กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ควรมีการวิเคราะห์ผลกระทบ โดย ศธ.จะต้องมีการศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละข้อจะส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรต่อคุณภาพผู้เรียน ความพร้อมของครู และโครงสร้างงบประมาณของรัฐ ขณะเดียวกันจะต้องมีการนำร่องก่อนใช้จริงทั่วประเทศควรทดลองใช้หลักสูตรใหม่ในบางพื้นที่ก่อน เพื่อวัดผล ปรับปรุง และวิเคราะห์ความพร้อมก่อนประกาศใช้ในวงกว้าง ทั้งนี้จะต้องอิงข้อมูลการวิจัยและมาตรฐานสากล หลักสูตรควรอ้างอิงแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา The Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD)  ยูเนสโก และประเทศที่มีระบบการศึกษาดี เช่น ประเทศฟินแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ โดยปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และที่สำคัญต้องเตรียมระบบสนับสนุนก่อนประกาศใช้ครูต้องได้รับการอบรมล่วงหน้าด้วย